
แม้การยื่นภาษีจะเป็นเรื่องที่เราทำกันทุกปี แต่ก็ยังมีหลายคนที่ติดกับดักความเข้าใจผิดอยู่เสมอ ทั้งคนที่เพิ่งยื่นแค่ไม่กี่ครั้ง และคนที่ยื่นมาหลายปีแล้วแต่ยังสับสนในรายละเอียดบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรายได้ รายการลดหย่อน หรือเงินคืนภาษี บทความนี้จะช่วยคลี่คลาย 4 ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุด เพื่อให้คุณยื่นภาษีได้ถูกต้อง และไม่ต้องเสียเงินหรือเสียเวลาโดยไม่จำเป็น
1) คิดว่ารายได้ไม่ถึงเกณฑ์เลยไม่ต้องยื่นภาษี
หลายคนเข้าใจว่า “รายได้ไม่ถึง 150,000 บาทต่อปี ไม่ต้องเสียภาษี จึงไม่จำเป็นต้องยื่นภาษีก็ได้” ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากกรมสรรพากรได้กำหนดไว้ว่า หากมีรายได้เกิน 120,000 บาท แม้ว่าจะไม่ต้องเสียภาษี แต่ต้องยื่นภาษีเสมอ
ยิ่งไปกว่านั้น หลาย ๆ คนคิดว่าตนเองมีเงินเดือนที่ได้รับจากงานประจำไม่ถึง 120,000 บาท จึงไม่ยื่นภาษี แต่ลืมไปว่ามีรายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ อื่น ๆ เช่น รายได้จากการเป็นฟรีแลนซ์ ค่าเช่าบ้าน รายได้จากการขายของออนไลน์ เป็นต้น ที่เมื่อรวมกันแล้วอาจเกิน 120,000 บาทโดยไม่รู้ตัว
นอกจากนั้น หากคุณเป็นฟรีแลนซ์ เกณฑ์รายได้เริ่มต้นสำหรับการยื่นภาษีจะแตกต่างจากเกณฑ์สำหรับผู้ที่มีรายได้เป็นเงินเดือนแต่เพียงอย่างเดียว โดยเกณฑ์เริ่มยื่นภาษี ภงด. 90 จะอยู่ที่ 60,000 บาทต่อปี
หากสงสัยว่ารายได้ของคุณ ต้องเสียภาษีเท่าไร คลิกอ่านบทความได้ที่นี่
2) เข้าใจว่าหักลดหย่อนได้ทุกรายการ โดยไม่มีเงื่อนไข
รายการลดหย่อนแต่ละประเภทมีเงื่อนไขและวงเงินกำกับ เช่น ค่าลดหย่อนบุตรต้องเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย ประกันชีวิตลดหย่อนได้เฉพาะกรมธรรม์ที่มีระยะคุ้มครองตามเกณฑ์ (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่) หรือการซื้อสินค้าภายใต้เงื่อนไขโครงการ Easy E-Receipt ก็มีวงเงินกำกับ และซื้อได้เฉพาะสินค้าบ้างประเภท เป็นต้น
หลายคนที่ไม่ศึกษาเงื่อนไขให้ละเอียดอาจซื้อประกันชีวิต กองทุน หรือซื้อสินค้าผิดประเภท ทำให้ไม่ได้สิทธิลดหย่อนตามที่คิดไว้ หรืออาจกรอกข้อมูลผิดเมื่อยื่นแบบออนไลน์ ทำให้เอกสารถูกเรียกตรวจหรืออาจต้องจ่ายภาษีเพิ่มได้ การทำความเข้าใจรายละเอียดของสิทธิลดหย่อนแต่ละประเภทจึงเป็นเรื่องสำคัญ นอกจากจะถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ยังไม่ต้องเสียเวลาแก้ไขหรือยื่นภาษีใหม่ภายหลัง
3) ไม่รวมรายได้หลายแหล่งเข้าด้วยกัน
คนจำนวนไม่น้อยทำงานประจำและรับฟรีแลนซ์ไปด้วย หรือมีรายได้เสริมอื่น ๆ เช่น ขายของออนไลน์ ปล่อยเช่าคอนโด หรือรับดอกเบี้ยเงินฝาก แต่ยื่นภาษีเฉพาะเงินเดือนจากที่ทำงาน ซึ่งเป็นความผิดพลาดสำคัญ เพราะภาษีไทยใช้ระบบ “รายได้รวม” ไม่ใช่รายได้เฉพาะบริษัทที่ออกสลิปเงินเดือนให้ การไม่รวมนำรายได้ทุกแหล่งมาแสดงอาจถูกเรียกตรวจสอบ และมีภาระภาษีย้อนหลังพร้อมดอกเบี้ยเพิ่ม
4) เข้าใจผิดว่าเงินคืนภาษีคือเงินที่รัฐให้ฟรี ๆ
หลายคนดีใจเมื่อระบบแจ้งว่า “ได้คืนภาษี” และคิดว่ารัฐให้เงินฟรี ๆ ซึ่งไม่ใช่เลย เพราะเงินคืนภาษีคือ “เงินที่เราจ่ายเกิน” เช่น ภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากเงินเดือน หรือจากค่าจ้างฟรีแลนซ์ที่ถูกหัก 3% ตลอดปี ระบบเพียงคำนวณใหม่แล้วพบว่าเราควรเสียภาษีน้อยกว่าที่ถูกหักไป จึงคืนส่วนเกินกลับมา
นอกจากนี้ บางคนยังเข้าใจผิดว่า “ถ้าระบบแจ้งว่าไม่ต้องจ่ายเพิ่ม แสดงว่าเราไม่ได้จ่ายภาษีเลยตลอดทั้งปี” ซึ่งไม่เป็นความจริงเช่นกัน เพราะเราจ่ายแล้วผ่านการหัก ณ ที่จ่ายของบริษัทหรือผู้ว่าจ้างนั่นเอง เพียงแต่ยอดที่เสียไปเพียงพอต่อภาษีที่ต้องชำระทั้งปี จึงไม่ต้องเติมเพิ่มเท่านั้น
การยื่นภาษีไม่ใช่เรื่องซับซ้อน แต่ความเข้าใจผิดเล็ก ๆ สามารถทำให้คุณมีปัญหาตามมาโดยไม่จำเป็นได้ การรู้เท่าทันทั้ง 4 เรื่องนี้จะช่วยให้คุณยื่นภาษีได้อย่างมั่นใจ จัดการรายได้ และสิทธิลดหย่อนได้อย่างเหมาะสม และหากคุณลองคำนวณภาษีแล้วพบว่า คุณต้องเสียภาษีเพิ่มเติม หรือไม่มียอดภาษีที่ต้องชำระเพิ่ม แต่อยากได้เงินคืนภาษี สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ประกันเป็นตัวช่วยในการวางแผนภาษีและวางแผนชีวิตไปพร้อมกันได้ เช่น
- ประกันชีวิต เพื่อบริหารความเสี่ยง คุ้มครองความมั่นคงทางการเงิน
- ประกันสะสมทรัพย์ ช่วยสร้างวินัยในการออม(1) และได้รับผลตอบแทนแน่นอนตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
- ประกันบำนาญ สำหรับวางแผนรายได้หลังเกษียณ
- ประกันสุขภาพ เพื่อช่วยจัดการความเสี่ยงค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลในอนาคต
หากคุณสนใจใช้ประกันเป็นตัวช่วยวางแผนภาษี สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมของผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต ประกันสะสมทรัพย์ ประกันบำนาญ และประกันสุขภาพที่ลดหย่อนภาษีได้ที่นี่ หรือปรึกษาที่ปรึกษาประกันชีวิต(ตัวแทนประกันชีวิต) เพื่อวางแผนยื่นภาษีให้เหมาะกับเป้าหมายการเงินของคุณมากที่สุดได้เลย
ข้อควรทราบ:
- เป็นการออมเงินในรูปแบบประกันชีวิต
- การรับประกันภัยเป็นไปตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่บริษัทฯ
- ความคุ้มครองและการจ่ายผลประโยชน์ต่าง ๆ เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์
- เบี้ยประกันชีวิต/เบี้ยประกันสุขภาพ สามารถนำไปอ้างอิงลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด