ช่วงต้นปีที่ผ่านมา หลายคนคงยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือ ภ.ง.ด. 90/91 กันไปแล้ว แต่จริง ๆ แล้วในช่วง กลางปี ก็เป็นอีกช่วงสำหรับคนที่มีรายได้บางประเภทที่ต้อง “ยื่นภาษีกลางปี” หรือแบบ ภ.ง.ด.94
การยื่นภาษีกลางปีจะช่วยให้เราชำระภาษีได้ในจำนวนที่เหมาะสม ไม่เป็นภาระหนักจนเกินไปหากชำระเพียงแค่ครั้งเดียว และช่วยลดความเสี่ยงถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังอีกด้วย ดังนั้น มาเช็กกันเลยว่าเรามีรายได้เข้าข่ายต้องยื่นภาษีกลางปีบ้างหรือเปล่า และมีสิทธิ์ลดหย่อนอะไรได้บ้าง
ใครบ้างต้องยื่นภาษีกลางปี
1. ผู้มีเงินได้ประเภทที่ 5 (มาตรา 40(5))
เงินหรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงเงินหรือประโยชน์ที่ได้จากการผิดสัญญาเช่าซื้อ และการผิดสัญญาซื้อขายเงินผ่อนที่ผู้ขายได้รับคืนทรัพย์สินที่ซื้อขาย โดยไม่ต้องคืนเงินหรือประโยชน์ที่ได้รับไว้แล้วอีกด้วย
ตัวอย่างรายได้ :
- ค่าเช่าบ้าน คอนโด อาคารพาณิชย์ หรือโกดังสินค้า
- ค่าเช่าที่ดินเพื่อทำการเกษตรหรือทำธุรกิจ
- ค่าเช่าอุปกรณ์ เช่น เครื่องเสียง เวที เต็นท์
- เงินค่ามัดจำ กรณีผู้เช่าบ้านขอยกเลิกการเช่าก่อนวันย้ายเข้า
ตัวอย่างรายได้ที่ดูเหมือนประเภทที่ 5 แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่ ❌ เช่น
- พนักงานบริษัทได้รับค่าที่พักจากนายจ้าง
→ อาจเข้าใจผิดว่าเป็น “ค่าเช่า” แต่จริง ๆ แล้วถือเป็นเงินได้ประเภทที่ 1 - การเก็บเงินจากเพื่อน เพื่อไปจ่ายค่าเช่าบ้านที่หารค่าเช่ากัน
→ ไม่ถือเป็นรายได้ เพราะเป็นการหารค่าใช้จ่าย
2. ผู้มีเงินได้ประเภทที่ 6 (มาตรา 40(6))
เงินได้จากวิชาชีพอิสระ ได้แก่ การประกอบโรคศิลปะ กฎหมาย วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี และประณีตศิลปกรรม
ตัวอย่างรายได้ :
- ค่ารักษาพยาบาลจากการประกอบโรคศิลปะ เช่น แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร เป็นต้น
- ค่าตรวจสอบบัญชีหรือวางระบบบัญชี สำหรับนักบัญชีหรือผู้ตรวจสอบบัญชี
- ค่าจ้างออกแบบตกแต่งภายใน สำหรับสถาปนิกหรือนักออกแบบ
- ค่าจ้างในการควบคุมงานก่อสร้าง สำหรับวิศวกร
- ค่าจ้างทำเครื่องประดับทองคำ
ตัวอย่างรายได้ที่ดูเหมือนประเภทที่ 6 แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่ ❌ เช่น
- นักเรียนแพทย์ ได้ทุนการศึกษาจากหน่วยงาน
→ ดูเผิน ๆ เหมือนเป็นรายได้จากอาชีพแพทย์ แต่เงินที่ได้รับเป็นทุนการศึกษา จะเข้าข่ายเงินได้ประเภทที่ 1 , 2 หรือ 8 แล้วแต่กรณี - อาจารย์มหาวิทยาลัยที่สอนวิชากฎหมาย ได้รับค่าตอบแทนจากมหาวิทยาลัย
→ ดูเผิน ๆ เหมือนทนายความหรือผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมาย แต่หากจ้างในฐานะพนักงานหรือลูกจ้างของมหาวิทยาลัย จะเข้าข่ายเงินได้ประเภทที่ 1หรือ 2 แล้วแต่กรณี
3. ผู้มีเงินได้ประเภทที่ 7 (มาตรา 40(7))
เงินได้จากการรับเหมา ที่ผู้รับเหมาต้องลงทุน จัดหาวัสดุส่วนประกอบที่สำคัญ
ตัวอย่างรายได้ :
- ค่าจ้างรับเหมาก่อสร้างบ้าน หรืออาคาร พร้อมจัดหาวัสดุก่อสร้าง
- ค่าจ้างรับเหมาทาสีอาคาร โดยผู้รับเหมาซื้อสีเอง
- ค่าจ้างติดตั้งระบบไฟฟ้าหรือประปา พร้อมอุปกรณ์
ตัวอย่างรายได้ที่ดูเหมือนประเภทที่ 7 แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่ ❌ เช่น
- ช่างรับจ้างซ่อมบ้านโดยเจ้าของบ้านซื้อวัสดุมาให้
→ เข้าข่าย ประเภทที่ 8 เพราะช่างไม่ได้จัดหาวัสดุเอง ไม่ถือเป็นการรับเหมาตามประเภทที่ 7 - รับจ้างล้างแอร์แบบคิดค่าบริการรวมเบี้ยเลี้ยงเดินทาง
→ เป็นการให้บริการทั่วไป ไม่ใช่งานรับเหมาโครงสร้าง จึงอยู่ในประเภทที่ 8
4. ผู้มีเงินได้ประเภทที่ 8 (มาตรา 40(8))
เงินได้จากการพาณิชย์ การเกษตร อุตสาหกรรม การขนส่ง การขายอสังหาริมทรัพย์ หรือเงินได้อื่น ๆ ที่ไม่ใช่เงินได้ตามมาตรา 40(1)-(7)
ตัวอย่างรายได้ :
- รายได้จากการขายของออนไลน์ เช่น เสื้อผ้า ของใช้ เครื่องสำอาง
- รายได้จากการขายที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ของตัวเอง
- รางวัลจากการชิงโชค หรือการประกวด เช่น เงินสด รถยนต์ ทองคำ
- เบี้ยยังชีพบางประเภท
ตัวอย่างรายได้ที่ดูเหมือนประเภทที่ 8 แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่ ❌ เช่น
- คนที่ทำงานประจำแล้วรับโบนัสปลายปี
→ แม้ดูเหมือนรายได้พิเศษ แต่จัดอยู่ในประเภทที่ 1
หากมีรายได้จากหนึ่งในประเภทข้างต้นในช่วงเดือนมกราคมถึงมิถุนายน และยอดรายได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่าย เกิน 60,000 บาท (สำหรับบุคคลธรรมดา) หรือ เกิน 120,000 บาท (สำหรับคู่สมรสที่ยื่นรวม) ถือว่าต้องยื่นภาษีกลางปี โดยในปี 2568 นี้ สามารถยื่นได้ตั้งแต่ 1 ก.ค.-30 ก.ย. 2568 แต่ยื่นแบบทางอินเตอร์เน็ตได้ถึง 8 ต.ค. 2568
ลดหย่อนภาษีกลางปีด้วยประกันชีวิต ได้หรือไม่
สำหรับค่าเบี้ยประกันชีวิตที่จ่ายในระหว่างเดือน ม.ค. - มิ.ย.ของปีภาษี นำมาหักลดหย่อนได้ โดยส่วนที่จ่ายไปไม่เกิน 10,000 บาท หักลดหย่อนได้เพียงครึ่งหนึ่งไม่เกิน 5,000 บาท สำหรับส่วนที่จ่ายเกิน 10,000 บาท ให้หักได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 90,000 บาท
ตัวอย่าง ผู้เอาประกันภัยเพศหญิง อายุ 29 ปี มีอาชีพทำเครื่องประดับจากทองคำและเงิน ทำประกันกันสะสมทรัพย์ โอเชี่ยนไลฟ์ ออมสบาย 10/4 โดยชำระเบี้ยจำนวน 30,000 บาท ในเดือน ก.พ. 2568 จะสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนได้ดังนี้
- ส่วนที่จ่ายไปไม่เกิน 10,000 บาทแรก ลดหย่อนได้ 5,000 บาท
- ส่วนที่เหลือ 20,000 บาท ลดหย่อนได้ตามจริงเต็มจำนวน
- สรุปว่า สามารถนำเบี้ยประกันภัยไปลดหย่อนภาษีได้ 25,000 บาท
สรุป Checklist ✅ สำหรับคนที่ต้องยื่นภาษีกลางปี
- มีรายได้ประเภท 5 – 8 ระหว่าง มกราคม – มิถุนายน
- รายได้สุทธิเกินเกณฑ์ที่กำหนด
- เตรียมเอกสารเกี่ยวกับรายได้และเบี้ยประกัน
- ยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 ภายในกำหนด (โดยปกติคือ 30 กันยายน) สำหรับปี 2568 ยื่นแบบทางอินเตอร์เน็ตได้ถึง 8 ตุลาคม 2568
- ตรวจสอบสิทธิลดหย่อนภาษีอย่างครบถ้วน
การยื่นภาษีกลางปีถือเป็นอีกหน้าที่หนึ่งของผู้มีรายได้ประเภทที่ 5–8 ที่ไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากจะเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย ยังช่วยกระจายภาระภาษี และลดโอกาสถูกเรียกเก็บย้อนหลังได้ หากมีรายได้เข้าข่าย และชำระเบี้ยประกันชีวิตในครึ่งปีแรก อย่าลืมตรวจสอบสิทธิ์ของตนเองและรีบยื่นภาษีก่อนครบกำหนดนะครับ
สำหรับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีอื่น ๆ ตรวจสอบกันได้ที่นี่เลย https://www.ocean.co.th/articles/personal-income-tax-return-half-year