
แม้ว่าปัจจุบันการยื่นภาษีออนไลน์จะช่วยให้ขั้นตอนต่าง ๆ สะดวกขึ้น ไม่ต้องเดินทางไปสรรพากรเหมือนเมื่อก่อน แต่ในความเป็นจริง การยื่นภาษีก็ยังมีหลายขั้นตอน และมีรายละเอียดที่ต้องเตรียมให้พร้อม หากเตรียมข้อมูลไม่พร้อม กรอกไม่ครบ หรือส่งเอกสารล่าช้า อาจทำให้กระบวนการตรวจสอบใช้เวลานานขึ้น และส่งผลให้ได้เงินคืนภาษี ช้ากว่าที่ควร บทความนี้จึงสรุป 3 ขั้นตอนสำคัญ ที่ช่วยให้การยื่นภาษีราบรื่น และเพิ่มโอกาสได้เงินคืนภาษี เร็วขึ้น
ขั้นตอนที่ 1 เชื่อมให้พร้อม
ก่อนเริ่มยื่นภาษี ควรตรวจสอบและเชื่อมต่อระบบต่าง ๆ ให้เรียบร้อย เพื่อให้ข้อมูลขึ้นครบ ลดการกรอกซํ้า และลดโอกาสผิดพลาด
การเข้าสู่ระบบ
ปัจจุบันการยื่นภาษีออนไลน์ มีตัวเลือกในการเข้าสู่ระบบที่หลากหลาย ได้แก่
- การเข้าสู่ระบบด้วย Digital ID ประกอบไปด้วย แอปพลิเคชัน ThaID, แอปพลิเคชันเป๋าตัง, ระบบ ndid ผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการยืนยันตัวตน ลดความเสี่ยงจากการถูกปลอมแปลงเอกสาร และไม่ต้องล็อกอินซํ้าซ้อน
- การเข้าสู่ระบบด้วย RD ID เป็นระบบที่ยังต้องกรอกเลขประจำตัวประชาชน และรหัสผ่าน พร้อมทั้ง OTP ที่จะส่งเข้าเบอร์โทรศัพท์มือถือ แม้ระบบจะมีความปลอดภัยสูง แต่อาจมีความยุ่งยาก เช่น หากผู้ยื่นภาษีเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์มือถือ ลืมรหัสผ่าน หรือไม่มีบัตรประชาชนขณะยื่นภาษีออนไลน์ เป็นต้น
ดังนั้น OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต แนะนำให้เข้าสู่ระบบด้วย Digital ID เพื่อลดความยุ่งยากในการยื่นภาษี

เชื่อมข้อมูลจาก D-MyTax
ระบบ D-MyTax จะดึงข้อมูลรายได้และค่าลดหย่อนจากหน่วยงานต่าง ๆ เช่น นายจ้าง บริษัทประกัน กองทุน สถาบันการเงิน องค์กรที่รับบริจาค เป็นต้น โดยอัตโนมัติ ทำให้ผู้ยื่นภาษีไม่ต้องกรอกข้อมูลเอง และช่วยลดโอกาสที่อาจพลาดลืมกรอกข้อมูลบางอย่าง ซึ่งอาจทำให้ต้องถูกเรียกเอกสารเพิ่มได้ในภายหลัง โดยเฉพาะในกรณีที่คุณได้รับเงินคืนภาษี


ผูกบัญชีพร้อมเพย์ด้วยเลขบัตรประชาชน
การผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชนมีความสำคัญหลักคือ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการรับเงินคืนภาษีที่กรมสรรพากรจะโอนเข้าบัญชีธนาคารของผู้ยื่นภาษีอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องกรอกเลขบัญชีธนาคาร
ขั้นตอนที่ 2 กรอกให้ครบ
เมื่อเข้าสู่ระบบแล้ว ควรกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนตั้งแต่ครั้งแรก เพื่อลดการขอข้อมูลเพิ่มเติมในภายหลัง โดยเฉพาะกรณีที่คุณได้เงินคืนภาษี
สิ่งที่ควรตรวจสอบและกรอกให้ครบ ได้แก่
● ข้อมูลส่วนตัวและสถานภาพสมรส
● รายได้ทุกประเภท เช่น เงินเดือน โบนัส ค่าจ้างอิสระ ค่าเช่า หรือรายได้อื่น
● ภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากใบ 50 ทวิ
● ค่าลดหย่อนต่าง ๆ ประกอบไปด้วย ค่าลดหย่อนภาษีส่วนตัวและครอบครัว ค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มประกัน เงินออม และการลงทุน ค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มเงินบริจาค ค่าลดหย่อนกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และค่าลดหย่อนกลุ่มกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ โดยอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์นี้ https://www.ocean.co.th/articles/tax-deduction-criteria
ขั้นตอนที่ 3 อัปโหลดให้หมด
แม้บางกรณีกรมสรรพากรอาจยังไม่เรียกเอกสารทันที แต่การอัปโหลดเอกสารประกอบไปพร้อมกับการยื่นภาษี จะช่วยให้การตรวจสอบทำได้เร็วขึ้น
เอกสารที่มักถูกเรียกตรวจสอบ เช่น
- หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)
- หนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกันชีวิต/ประกันสุขภาพ/ประกันบำนาญ ที่ผู้เอาประกันภัยได้แจ้งความประสงค์ให้บริษัทประกันชีวิตส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรทางอิเล็กทรอนิกส์
- หนังสือรับรองการซื้อกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (RMF), SSF หรือ ThaiESG ต่าง ๆ
- เอกสารดอกเบี้ยเงินกู้ที่อยู่อาศัย
- หลักฐานการบริจาค
- เอกสารรายได้อื่น ๆ ที่ไม่ได้แสดงใน 50 ทวิ
ส่วนเอกสารอื่น ๆ สามารถดูรายชื่อได้ที่บทความ ยื่นภาษีต้นปี 2569 ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง
ข้อควรรู้เรื่องการอัปโหลดเอกสาร
- รองรับไฟล์ PDF และไฟล์รูปภาพ
- ขนาดไฟล์ต่อเอกสารไม่ควรใหญ่เกินประมาณ 2–3 MB
- สามารถอัปโหลดได้หลายไฟล์ต่อรายการ
- ควรตั้งชื่อไฟล์ให้ชัดเจน เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบ
การยื่นภาษีให้ได้เงินคืนภาษีเร็ว ไม่ได้ขึ้นอยู่กับขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากการเตรียมความพร้อมตั้งแต่การเชื่อมระบบ กรอกข้อมูลให้ครบ และอัปโหลดเอกสารให้เรียบร้อยตั้งแต่แรก อย่างไรก็ตาม หากยื่นภาษีในช่วงใกล้หมดเขต ซึ่งเป็นช่วงที่มีผู้ยื่นจำนวนมาก ก็อาจทำให้การคืนเงินภาษีใช้เวลานานขึ้นได้ ดังนั้น หากเป็นไปได้ ควรยื่นภาษีช่วงเดือนกุมภาพันธ์ เพราะข้อมูลใน D-MyTax มักอัปเดตครบแล้ว และไม่กระชั้นชิดใกล้วันหมดเขตจนเกินไปด้วย