
การวางแผนการเงินที่ดี ไม่ได้มีไว้เพื่อตัวคุณเองเท่านั้น แต่ยังเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับ “คนข้างหลัง” ด้วย ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว คนรัก หรือคนที่คุณห่วงใย
หลายคนอาจตั้งคำถามว่า หากวันหนึ่งคุณไม่อยู่แล้ว คนที่อยู่ต่อจะใช้ชีวิตอย่างไร ภาระต่าง ๆ จะตกอยู่กับใครบ้าง
นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดเรื่อง “ประกันมรดก” ซึ่งเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยส่งต่อความมั่นคงในรูปแบบเงินก้อนให้กับคนที่คุณรักได้อย่างเป็นระบบ
ประกันมรดกคืออะไร
จริง ๆ แล้ว “ประกันมรดก” ไม่ใช่ชื่อประเภทประกันโดยตรง แต่เป็นแนวคิดในการเลือกประกันชีวิตเพื่อวางแผนส่งต่อเงินก้อนให้กับผู้รับผลประโยชน์ เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ โดยทั่วไป ประกันชีวิตที่สามารถนำมาใช้วางแผนในลักษณะประกันมรดก มักมีลักษณะสำคัญคือ
- คุ้มครองชีวิตระยะยาว
- มีเงินก้อนจ่ายให้ผู้รับผลประโยชน์เมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิต ซึ่งผู้รับผลประโยชน์สามารถนำเงินก้อนนี้ไปดำเนินชีวิตต่อได้โดยไม่สะดุด
- สามารถระบุผู้รับผลประโยชน์ได้ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์
กล่าวง่าย ๆ คือ ประกันมรดกเป็นการวางแผนล่วงหน้าเพื่อให้คนที่คุณรักได้รับเงินก้อนในวันที่คุณไม่สามารถดูแลพวกเขาได้ด้วยตัวเอง โดยประกันที่สามารถนำมาใช้เป็น “ประกันมรดก” ได้ มักอยู่ใน 2 กลุ่มหลัก ได้แก่
ประกันชีวิตแบบคุ้มครองตลอดชีพ
- คุ้มครองยาวจนถึงอายุ 90-99 ปี หรือมากกว่า
- อาจมีเงินครบกำหนดสัญญา
- จ่ายเงินก้อนแน่นอนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในเงื่อนไขกรมธรรม์ เมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิต
- ข้อดี: เหมาะสำหรับการวางแผนมรดกระยะยาว มั่นใจว่ามีเงินส่งต่อแน่นอน
ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ระยะยาว
- มีทั้งความคุ้มครองชีวิตตามระยะเวลาที่กรมธรรม์กำหนด โดยแต่ละบริษัทจะมีการกำหนดระยะเวลาที่แตกต่างกัน เช่น 20 ปี ไปจนถึงผู้เอาประกันภัยอายุ 80 ปี เป็นต้น
- อาจมีเงินคืนระหว่างสัญญา
- มีเงินครบกำหนดสัญญา
- จ่ายเงินก้อนแน่นอนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในเงื่อนไขกรมธรรม์ เมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิต
- ข้อดี: ได้ทั้งออมเงินหากมีเงินคืนระหว่างสัญญา* และมีเงินมรดกในกรณีเสียชีวิต อีกทั้งยังมีระยะเวลาคุ้มครองชีวิตให้เลือกหลากหลาย
ใครควรทำประกันมรดก
ประกันลักษณะนี้เหมาะกับคนที่ต้องการวางแผน “เผื่ออนาคต” มากกว่าปัจจุบัน โดยเฉพาะ
- คนที่มีครอบครัว มีลูก หรือมีผู้ที่ต้องดูแล การมีประกันชีวิตเพื่อวางแผนมรดกจะช่วยให้พวกเขามีเงินก้อนสำหรับใช้ดำเนินชีวิตต่อ หากเกิดเหตุไม่คาดคิด
- คนที่เป็นเสาหลักทางการเงิน หากรายได้หลักของครอบครัวมาจากคุณ การจากไปของคุณอาจกระทบต่อค่าใช้จ่ายประจำ ค่าเล่าเรียนลูก ค่าผ่อนบ้าน ค่ารักษาพยาบาล หรือภาระอื่น ๆ ประกันมรดกจึงช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินให้คนข้างหลังได้
- คนที่มีภาระหนี้ เช่น บ้าน รถ หนี้บ้าน หนี้รถ หรือหนี้ธุรกิจ อาจกลายเป็นภาระของครอบครัวได้ หากไม่มีการวางแผนล่วงหน้า เงินก้อนจากประกันชีวิตสามารถช่วยให้ครอบครัวจัดการภาระบางส่วนได้ตามความเหมาะสม
- คนที่มีทรัพย์สิน แต่ต้องการเพิ่มสภาพคล่องให้คนข้างหลัง บางคนมีทรัพย์สิน เช่น บ้าน ที่ดิน หรือธุรกิจ แต่ทรัพย์สินเหล่านี้อาจเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ไม่ทันที ประกันชีวิตจึงเป็นอีกทางเลือกในการเตรียมเงินก้อนที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้คนข้างหลัง
เลือกประกันมรดก ต้องดูอะไรบ้าง
ก่อนเลือกประกันชีวิตเพื่อใช้วางแผนมรดก ควรพิจารณาองค์ประกอบเหล่านี้
1. ระยะเวลาคุ้มครอง
หากต้องการวางแผนมรดกระยะยาว ควรเลือกแบบประกันที่มีระยะเวลาคุ้มครองยาวพอ เช่น คุ้มครองถึงอายุ 77 ปี 88 ปี หรือ 99 ปี ตามเป้าหมายของผู้เอาประกันภัย
2. จำนวนเงินเอาประกันภัย
ควรประเมินว่าคนข้างหลังต้องใช้เงินประมาณเท่าไร เช่น ค่าใช้จ่ายครอบครัว หนี้สิน ค่าเล่าเรียนลูก หรือค่าใช้จ่ายระยะยาว เพื่อเลือกจำนวนเงินเอาประกันภัยที่เหมาะสม
3. ระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัย
ควรเลือกแผนที่มีระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัยเหมาะกับรายได้และความสามารถในการจ่ายเบี้ยประกันภัย เช่น ชำระเบี้ยประกันภัยระยะสั้นหรือระยะยาว ขึ้นอยู่กับสภาพคล่องและแผนการเงินของแต่ละคน
4. ผลประโยชน์กรณีเสียชีวิต
สำหรับการวางแผนมรดก ควรพิจารณาผลประโยชน์กรณีเสียชีวิตเป็นหลัก เพราะเป็นเงินก้อนที่ผู้รับผลประโยชน์จะได้รับตามเงื่อนไขกรมธรรม์
5. ผลประโยชน์อื่น ๆ
บางแบบประกันอาจมีเงินคืนระหว่างสัญญา เงินครบกำหนดสัญญา ค่าชดเชยการนอนโรงพยาบาล หรือความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ซึ่งควรพิจารณาร่วมกับความต้องการของตัวเอง
6. ผู้รับผลประโยชน์
ควรระบุผู้รับผลประโยชน์ให้ชัดเจน และทบทวนข้อมูลเป็นระยะ โดยเฉพาะเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในชีวิต เช่น แต่งงาน มีลูก หรือมีภาระครอบครัวเพิ่มขึ้น
เปรียบเทียบแบบประกันมรดก จาก OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต
| ผลิตภัณฑ์ | โอเชี่ยนไลฟ์ เลิฟ โพรเทค 77/17 |
โอเชี่ยนไลฟ์ เซฟ แอนด์ โพรเทค 88/8 |
โอเชี่ยนไลฟ์ สมาร์ท โพรเทคชั่น 99/21 |
| ระยะเวลาจ่ายเบี้ยประกันภัย | 17 ปี | 8 ปี | 21 ปี |
| ระยะเวลาคุ้มครอง | ถึงอายุ 77 ปี | ถึงอายุ 88 ปี | ถึงอายุ 99 ปี |
| ลักษณะแบบประกัน | สะสมทรัพย์ระยะยาว | สะสมทรัพย์ระยะยาว | คุ้มครองตลอดชีพ |
| กรณีเสียชีวิต | คุ้มครองกรณีเสียชีวิต ทุกกรณีสูงสุด 177%(1) ตั้งแต่ปีกรมธรรม์ที่ 11 เป็นต้นไป รับเพิ่ม 100% กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ |
กรณีเสียชีวิตธรรมดา คุ้มครองสูงสุด 800%(2) กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ คุ้มครองสูงสุด 2,400%(3) |
คุ้มครองกรณีเสียชีวิต ทุกกรณีสูงสุด 100%(4) |
| จุดเด่นอื่น ๆ | มีค่าชดเชยการนอน โรงพยาบาลต่อวัน(5) |
มีเงินคืนระหว่างสัญญาทุกปี ปีละ 8.8% |
เบี้ยประกันภัยเริ่มต้นย่อมเยา กว่าผลิตภัณฑ์อีก 2 ประเภท |
เลือกแบบประกันไหนดีให้เหมาะกับเป้าหมายการวางแผนมรดก
ถ้าต้องการวางแผนเงินก้อนและคุ้มครองถึงอายุ 77 ปี
โอเชี่ยนไลฟ์ เลิฟ โพรเทค 77/17 อาจเหมาะกับผู้ที่ต้องการแบบประกันสะสมทรัพย์ระยะยาว มีความคุ้มครองชีวิต และมีจุดเด่นเรื่องเงินครบกำหนดสัญญา รวมถึงความคุ้มครองเพิ่มเติมกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ และค่าชดเชยการนอนโรงพยาบาลตามเงื่อนไขกรมธรรม์ คลิก
ถ้าต้องการชำระเบี้ยประกันภัยสั้น และมีเงินคืนระหว่างสัญญา
โอเชี่ยนไลฟ์ เซฟ แอนด์ โพรเทค 88/8 อาจเหมาะกับคนที่ต้องการชำระเบี้ยประกันภัยเพียง 8 ปี แต่ยังได้รับความคุ้มครองถึงอายุ 88 ปี พร้อมเงินคืนระหว่างสัญญาทุกปีตามเงื่อนไขกรมธรรม์ คลิก
ถ้าต้องการวางแผนมรดกระยะยาวถึงอายุ 99 ปี
โอเชี่ยนไลฟ์ สมาร์ท โพรเทคชั่น 99/21 อาจเหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มครองชีวิตระยะยาว และต้องการใช้ประกันชีวิตแบบตลอดชีพเป็นเครื่องมือในการวางแผนส่งต่อเงินก้อนให้ผู้รับผลประโยชน์ คลิก
ข้อควรทราบ :
* เป็นการออมเงินในรูปแบบประกันชีวิต
(1)บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ หรือเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์ หรือ 102% ของเบี้ยประกันภัยที่ชำระแล้ว (แล้วแต่จำนวนใดมีค่ามากกว่า)
(2)กรณีเสียชีวิตธรรมดา ระหว่างปีกรมธรรม์ที่ 8 เป็นต้นไป บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ หรือเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์ หรือ 101% ของเบี้ยประกันภัยที่ชำระแล้ว หักด้วยเงินคืนตามกรมธรรม์ที่ได้รับไปแล้ว (แล้วแต่จำนวนใดมีค่ามากกว่า)
(3)กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ระหว่างปีกรมธรรม์ที่ 8 เป็นต้นไป บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ หรือเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์ หรือ 101% ของเบี้ยประกันภัยที่ชำระแล้ว หักด้วยเงินคืนตามกรมธรรม์ที่ได้รับไปแล้ว (แล้วแต่จำนวนใดมีค่ามากกว่า) รวมกับ 2 เท่าของผลประโยชน์ตามกรมธรรม์
(4)กรณีเสียชีวิต บริษัท จะจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัย หรือ 101% ของเบี้ยประกันภัยที่ชำระมาแล้ว หรือเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์ (แล้วแต่จำนวนใดมีค่ามากกว่า)
(5)รับเงินค่าชดเชยการนอนโรงพยาบาล ตลอดอายุสัญญาสูงสุดไม่เกิน 7 วัน ต่อรอบปีกรมธรรม์
- % หมายถึง เปอร์เซ็นต์ของจำนวนเงินเอาประกันภัย
- การรับประกันภัยเป็นไปตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด
- ความคุ้มครองและการจ่ายผลประโยชน์ต่าง ๆ เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์
- ข้อมูลในเอกสารนี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นของผลิตภัณฑ์ประกันภัย ผู้ขอเอาประกันภัย/ผู้เอาประกันภัยควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม และทำความเข้าใจในรายละเอียดเงื่อนไขความคุ้มครอง ผลประโยชน์และข้อยกเว้น ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง เมื่อได้รับกรมธรรม์แล้วโปรดศึกษาเพิ่มเติม