
ประกันชีวิตแบบมีเงินคืน เลือกอย่างไรให้คุ้มค่า ตอบโจทย์ออมเงินและลดหย่อนภาษี
หลายคนเมื่อได้ยินคำว่า ประกันชีวิต มักจะนึกถึงการจากลา และการทิ้งเงินก้อนไว้ให้คนข้างหลัง เพื่อเป็นทุนในการใช้ชีวิตเพียงอย่างเดียว ซึ่งก็ถือว่าเป็นการวางแผนทางการเงินที่รอบคอบในระดับหนึ่งแต่ในโลกของการเงินและการวางแผนชีวิตในยุคปัจจุบัน ประกันชีวิต ถูกคิดค้นและออกแบบมาเพื่อดูแลปกป้องเราตั้งแต่ตอนที่เรายังมีชีวิตอยู่เช่นกัน ไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าเป็น “การทำเพื่อคนที่อยู่ข้างหลัง” แต่เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป
ไม่ว่าคุณจะอยู่ในวัยเริ่มทำงานที่กำลังมองหาทางเลือกลดหย่อนภาษี หรือวัยสร้างครอบครัวที่ต้องการเตรียมทุนเกษียณและสร้างหลักประกันให้ลูกหลาน บทความนี้จะชวนคุณมาเปิดมุมมองใหม่กับ “ประกันชีวิตแบบมีเงินคืน” ที่ให้ประโยชน์และดูแลคุณได้มากกว่าที่คุณคิดครับ
ประกันชีวิตแบบมีเงินคืนคืออะไร? ทำไมวัยทำงานต้องมี
ประกันชีวิต แบบมีเงินคืน หรือที่หลาย ๆ คนอาจเรียกว่า "ประกันสะสมทรัพย์" คือเครื่องมือทางการเงินที่เป็นมากกว่าแค่การให้ความคุ้มครองชีวิตเพียงอย่างเดียว กล่าวคือ เป็น ประกันชีวิต ที่ผสมผสานระหว่าง "ความคุ้มครองชีวิตเพื่อคนข้างหลัง" และ "การออมเงินเพื่อสร้างทุนทรัพย์" เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว โดยผู้เอาประกันภัย จะได้เก็บหอมรอมริบไปพร้อม ๆ กับการสร้างรากฐานความมั่นคงในชีวิต โดยบริษัทประกันจะจ่ายเงินจำนวนหนึ่ง คือ "เงินคืน" ให้กับผู้เอาประกันภัยในขณะที่ยังมีมีชีวิตอยู่ ตามเงื่อนไข ข้อกำหนด และระยะเวลาที่ได้ระบุเอาไว้ในกรมธรรม์อย่างชัดเจนตรงไปตรงมา และหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน บริษัทก็จะดำเนินการจ่ายเงินก้อนให้กับผู้รับผลประโยชน์ ซึ่งก็มักเป็นคนในครอบครัวที่เรารักและห่วงใยต่อไป
เรียกได้ว่า ประกันชีวิต เป็นเครื่องมือที่สามารถตอบโจทย์ครอบคลุมทั้งมิติของ "การได้ใช้เงินที่เก็บออมไว้ในขณะยังมีชีวิต" และ "การจากไปโดยไม่ทิ้งภาระไว้ให้คนข้างหลัง"
ประกันชีวิตแบบมีเงินคืน ช่วยตอบโจทย์เป้าหมายชีวิตด้านไหนบ้าง ?
การตัดสินใจทำ ประกันชีวิต แบบมีเงินคืนนั้น ให้ประโยชน์ที่หลากหลาย และครอบคลุมความต้องการของกลุ่มวัยทำงานจนถึงวัยเตรียมเกษียณ ดังนี้
- เป็นแหล่งเงินออมที่มีความแน่นอนสูงมาก: ผู้เอาประกันภัยจะสามารถทราบล่วงหน้าได้อย่างชัดเจนเลยว่า จะได้รับเงินคืนเมื่อไร จำนวนเงินที่จะได้รับคือเท่าไร ทำให้สามารถนำไปวางแผนการใช้จ่ายทางการเงินในอนาคตได้อย่างแม่นยำ
- เป็นตัวช่วยสำคัญในการลดหย่อนภาษีที่คุ้มค่าสุด ๆ: เบี้ยประกันชีวิต ที่ชำระในแต่ละปีนั้น สามารถนำมาใช้สิทธิอ้างอิงเพื่อลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้สูงสุดถึง 100,000 บาทต่อปี ตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด
- ช่วยสร้างวินัยทางการเงิน: การจ่ายเบี้ยประกันภัยอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ ถือเป็นเครื่องมือชั้นดี ที่ใช้ในการบังคับตัวเองให้ออมเงินอย่างต่อเนื่อง ช่วยลดโอกาส และความเสี่ยงที่เราจะนำเงินส่วนนี้ไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือย
- ช่วยสร้างสภาพคล่องทางการเงินด้วยเงินคืนระหว่างทาง: ประกันสะสมทรัพย์ หลาย ๆ รูปแบบจะมีฟังก์ชันการจ่ายเงินคืนระหว่างสัญญา ซึ่งเงินก้อนนี้ ผู้เอาประกันภัยสามารถนำไปใช้จ่ายหมุนเวียนในชีวิตประจำวัน หรือจะนำไปต่อยอดลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนเพิ่มขึ้นก็ได้
ประกันชีวิตแบบมีเงินคืน แตกต่างจากการออมเงินทั่วไปอย่างไร?
หลายคนอาจจะตั้งคำถามขึ้นมาในใจว่า ถ้าหากเราแค่อยากจะออมเงินเก็บเงิน ทำไมเราถึงไม่เอาเงินนั้นไปฝากธนาคาร หรือนำไปลงทุนในสินทรัพย์รูปแบบอื่น ๆ ? นี่คือข้อเปรียบเทียบที่เห็นภาพชัดเจนที่สุดครับ
ด้านผลตอบแทนและความแน่นอนมั่นคง: การฝากเงินไว้ในบัญชีเงินฝากธนาคารนั้น อัตราดอกเบี้ยเงินฝากมีการผันผวนตามทิศทางของเศรษฐกิจระดับมหภาค ซึ่งถือเป็นปัจจัยภายนอกที่เราไม่สามารถควบคุมได้ ส่วนการนำเงินไปลงทุนในหุ้นหรือกองทุนก็ย่อมมีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจจะติดลบหรือขาดทุนได้ แต่สำหรับ ประกันชีวิต แบบมีเงินคืนนั้น เงินคืน หรือเงินก้อนเมื่อครบสัญญาที่ผู้เอาประกันภัยจะได้รับนั้นถูกการันตีไว้ตั้งแต่วันแรกที่ทำประกันตามที่ระบุในกรมธรรม์ ถือเป็นความมั่นคงและแน่นอน เมื่อเทียบกับการนำเงินไปลงทุนประเภทอื่น ๆ
ด้านความคุ้มครองชีวิต: การออมเงินโดยปกติทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการฝากธนาคาร การซื้อกองทุน หรือการซื้อหุ้น หากเกิดเหตุให้ต้องจากไปก่อนวัยอันควร ครอบครัวของผู้เสียชีวิตก็จะได้เงินกลับไปเพียงแค่จำนวนเงินที่ได้ออมหรือลงทุนเอาไว้ ณ วันนั้น ๆ เท่านั้น แต่สำหรับการทำ ประกันชีวิต บริษัทประกันจะมอบ "เงินผลประโยชน์กรณีเสียชีวิต" ซึ่งเป็นเงินก้อนใหญ่ตามจำนวนที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ให้กับผู้รับผลประโยชน์ แม้ว่าผู้เอาประกันภัยจะเพิ่งทำประกันไปได้เพียงแค่ปีเดียวก็ตาม
ด้านสิทธิประโยชน์ทางภาษี: การออมเงินหรือลงทุนทั่วไปมักจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี และในบางกรณียังอาจจะต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากดอกเบี้ยหรือผลกำไรที่ได้รับอีกด้วย แต่เบี้ยประกันชีวิต นั้น สามารถนำไปใช้ในการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้
ด้านสภาพคล่องของการนำเงินออกมาใช้: การฝากเงินออมทรัพย์ในธนาคาร มีความสะดวกสบายเพราะสามารถถอนเงินออกมาใช้เมื่อไหร่ เวลาใดก็ได้ ถือว่าสภาพคล่องอยู่ในระดับที่สูงมาก ๆ แต่ในขณะเดียวกันความสะดวกสบายนี้ก็ทำให้คนส่วนใหญ่เก็บเงินไม่อยู่เช่นกัน ดังนั้น การออมผ่าน ประกันชีวิต ที่มีสภาพคล่องต่ำกว่า อาจเหมาะสมกับผู้ที่มีเป้าหมายในการออมเงินระยะยาวมากกว่า
แนะนำ 2 ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบมีเงินคืน
ใครที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ ประกันชีวิต แบบมีเงินคืนที่จะเข้ามาช่วยเติมเต็มแผนการเงินให้ก้าวไปอีกขั้น OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต มี 2 ผลิตภัณฑ์ยอดนิยมมาแนะนำให้เหมาะกับเป้าหมายของคุณครับ
1. โอเชี่ยนไลฟ์ ออมสบาย 10/4
ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ที่ออกแบบมาเพื่อคนรุ่นใหม่ที่ชอบความรวดเร็ว ไม่อยากรอเงินก้อนนานเกินสิบปี และไม่อยากมีภาระผูกพันยาวนาน
- ชำระเบี้ยสั้น คุ้มครองยาว: จ่ายเบี้ยประกันภัยสบายๆ เพียงแค่ 4 ปี แต่ได้รับความคุ้มครองชีวิตยาวนานถึง 10 ปี พร้อมรับเงินก้อนเมื่อครบกำหนดสัญญา
- รับเงินคืนไว ไม่ต้องรอนาน: ผู้เอาประกันภัยจะได้รับผลประโยชน์เป็นเงินคืนที่สูงถึง 20% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ตั้งแต่วันครบรอบปีกรมธรรม์ที่ 1 ไปจนถึงปีที่ 9 ช่วยสร้างกระแสเงินสดหมุนเวียนได้อย่างต่อเนื่อง
- รับเงินก้อนใหญ่เมื่อครบสัญญา: เมื่อครบกำหนดปีที่ 10 ผู้เอาประกันภัยจะได้รับเงินก้อนโตคืนกลับมาสูงถึง 269% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย
- ผลประโยชน์รวมสุดปัง: เมื่อรวมผลประโยชน์ตลอดทั้งสัญญา ผู้เอาประกันภัยจะได้รับผลประโยชน์กลับไปสูงลิ่วถึง 449% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย อีกทั้ง เบี้ยประกันภัยที่จ่ายไปนั้นสามารถนำไปใช้อ้างอิงเพื่อลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 100,000 บาทต่อปี
สนใจสามารถดูรายละเอียดและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ocean.co.th/our-products/tax-saving/oceanlife-aomsabai104
2. โอเชี่ยนไลฟ์ เลิฟ โพรเทค 77/7
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาความคุ้มครองในระยะยาว เพื่อสร้างหลักประกันที่แข็งแกร่งให้คนข้างหลัง พร้อม ๆ ไปกับการเตรียมตัวให้มีเงินคืนไว้เป็นทุนทรัพย์สำหรับใช้จ่ายในยามเกษียณอายุ แผนประกันตัวนี้คือคำตอบที่จะช่วยสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตได้
- ชำระเบี้ยจบไว คุ้มครองยาวนาน: ชำระเบี้ยประกันเพียงแค่ 7 ปี หมดกังวลเรื่องภาระผูกพันระยะยาว โดยให้ความคุ้มครองชีวิตยาวนานไปจนกระทั่งผู้เอาประกันภัยมีอายุครบ 77 ปี
- ความคุ้มครองชีวิตสูง อุ่นใจขั้นสุด : รับความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตสูงสุดถึง 117%(1) (โดยคุ้มครองตั้งแต่ปีกรมธรรม์ที่ 7 ยาวไปจนถึงอายุครบ 77 ปี) และที่สำคัญยังมอบความคุ้มครองครอบคลุมกรณีเกิดเหตุทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง 100%(2) อีกด้วย
- รับเงินคืนเติมเต็มความมั่นใจ: รับเงินคืน 10% ณ วันครบรอบปีกรมธรรม์ที่ 6
- เงินก้อนใหญ่เมื่อวัยเกษียณมาเยือน: เมื่อคุณมีอายุครบ 77 ปี กรมธรรม์จะครบกำหนดสัญญา ซึ่งบริษัท จะให้เงินครบกำหนดสัญญา 117%(3) ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ให้คุณได้ใช้ชีวิตปั้นปลายอย่างอิสระ
สนใจสามารถดูรายละเอียดและศึกษาข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ocean.co.th/our-products/savings/love-protect777
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันชีวิตแบบมีเงินคืน
Q: เงินคืนระหว่างทางและเงินก้อนเมื่อครบสัญญาที่ได้รับจาก ประกันชีวิต แบบมีเงินคืน ต้องนำไปเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือไม่?
A: ผลประโยชน์ทั้งหมดที่ผู้เอาประกันภัยได้รับจากกรมธรรม์ ไม่ว่าจะเป็นเงินคืนรายงวดระหว่างทาง หรือเงินก้อนใหญ่ที่ได้รับเมื่อวันครบกำหนดสัญญา จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามกฎหมาย โดยผู้เอาประกันภัยไม่ต้องนำเงินรายได้ก้อนนี้ไปรวมคำนวณภาษี อีกทั้งยังไม่มีการหักภาษี ณ ที่จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น แตกต่างจากการฝากเงินหรือการลงทุนรูปแบบอื่น ๆ ที่อาจมีการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือต้องเสียภาษีในรูปแบบอื่น ๆ
ข้อควรทราบ :
(1)กรณีเสียชีวิต บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ หรือเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์ หรือ 102% ของเบี้ยประกันภัยที่ชำระแล้ว หักด้วยเงินคืนตามกรมธรรม์ที่ได้รับไปแล้ว (แล้วแต่จำนวนใดมีค่ามากกว่า)
(2)กรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ ทั้งนี้เมื่อบริษัทจ่ายผลประโยชน์ดังกล่าวไปแล้ว ความคุ้มครองจะสิ้นผลคุ้มครองทันที และกรมธรรม์ประกันภัยยังคงคุ้มครองกรณีเสียชีวิต
(3)กรณีครบกำหนดสัญญา บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ หรือ 102% ของเบี้ยประกันภัยที่ชำระแล้ว หักด้วยเงินคืนตามกรมธรรม์ที่ได้รับไปแล้ว (แล้วแต่จำนวนใดมีค่ามากกว่า)
- % หมายถึง เปอร์เซ็นต์ของจำนวนเงินเอาประกันภัย
- การรับประกันภัยเป็นไปตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด
- ความคุ้มครองและการจ่ายผลประโยชน์ต่าง ๆ เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์
- เบี้ยประกันชีวิต สามารถนำไปอ้างอิงลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด
- ผู้เอาประกันภัยที่ประสงค์จะนำเบี้ยประกันชีวิต ไปอ้างอิงลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ต้องแจ้งความประสงค์และยินยอมให้บริษัท นำส่งข้อมูลเบี้ยประกันชีวิต ให้กรมสรรพากร
- ข้อมูลในเอกสารนี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นของผลิตภัณฑ์ประกันภัย ผู้ขอเอาประกันภัย/ผู้เอาประกันภัยควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม และทำความเข้าใจในรายละเอียดเงื่อนไขความคุ้มครอง ผลประโยชน์และข้อยกเว้น ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง เมื่อได้รับกรมธรรม์แล้วโปรดศึกษาเพิ่มเติม