
Hyrox กำลังกลายเป็นหนึ่งในเทรนด์การออกกำลังกายที่มาแรงที่สุดในตอนนี้ ด้วยรูปแบบการแข่งขันที่ผสมผสานการออกกำลังกายหลายอย่าง ทำให้ไม่ใช่แค่การวัดความอึด แต่ยังท้าทายทั้งความแข็งแรง ความทนทาน และการวางแผนอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นสายฟิตเนสหรือคนที่อยากลองอะไรใหม่ ๆ Hyrox คือสนามที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ทดสอบขีดจำกัดของตัวเองอย่างแท้จริง
Hyrox คืออะไร
Hyrox คือ การแข่งขันเพื่อวัดสมรรถภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ของร่างกาย (Fitness Race) โดยผสมผสานทั้งการวิ่ง และการออกกำลังกายแบบ Functional Training สลับกันไป สำหรับการแข่งขัน Hyrox โดยทั่วไปนั้น มักเป็นการแข่งขันในร่มที่ผู้เข้าแข่งขันต้องวิ่ง 1 กิโลเมตร สลับกับออกกำลังกายแบบ Functional Training 1 ฐาน รวมทั้งหมด 8 รอบ
Hyrox : Bangkok 2026 แข่งอะไรกันบ้าง
การแข่งขัน Hyrox ในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 20-22 มี.ค. 2569 ที่ผ่านมา แบ่งการแข่งขันออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้
- Hyrox Adaptative สำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย
- Hyrox Team Relay เป็นการแข่งขันประเภททีม 4 คน
- Hyrox และ Hyrox Pro เป็นการแข่งขันประเภทเดี่ยว
- Hyrox Doubles และ Pro Doubles เป็นการแข่งขันประเภทคู่
ในปัจจุบันการแข่งขัน Hyrox มีมาตรฐานที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ คล้ายกับการวิ่งมาราธอน และการแข่งไตรกีฬาต่าง ๆ จนสามารถจัดอันดับผู้เข้าแข่งขันระดับโลก ซึ่งผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดและมีคุณสมบัติเหมาะสม 15 คน จะได้รับเชิญให้เข้าแข่งขันร่วมกันในรายการ World Championships ด้วยเหตุนี้ การแข่งขัน Hyrox จึงกลายเป็นหมุดหมายของผู้ที่รักการออกกำลังกายและชอบความท้าท้ายจากทั่วโลก หลาย ๆ คนจึงมุ่งมั่นเพื่อที่จะได้เป็น 15 คนสุดท้ายที่ได้เข้าร่วมรายการใหญ่นี้
โดยประเภท Pro จะใช้น้ำหนักของอุปกรณ์ที่หนักกว่า นอกจากนั้นในการแข่งขันประเภทคู่และทีมยังสามารถร่วมเข้าแข่งขันได้ทั้งแบบทีมชาย ทีมหญิง และทีมผสมอีกด้วย
สำหรับฐาน Functional Training จะเหมือนกันในทุกประเภทการแข่งขัน ดังนี้
- ฐานที่ 1 SkiErg จำลองการเล่นสกี ระยะทาง 1,000 เมตร เพื่อทดสอบกล้ามเนื้อแขน ไหล่ และแกนกลางของร่างกาย
- ฐานที่ 2 Sled Push การดันเลื่อนออกจากตัว ระยะทาง 50 เมตร เพื่อทดสอบกำลังขาและสะโพก รวมถึงแกนกลางลำตัว
- ฐานที่ 3 Sled Pull การดึงเลื่อนเข้าหาตัวโดยใช้เชือก ระยะทาง 50 เมตร เน้นกล้ามเนื้อหลัง แขน และแกนกลางลำตัว
- ฐานที่ 4 Burpee Broad Jump การทำท่า Burpee ผสมกระโดดไกล ระยะทาง 80 เมตร เน้นการใช้กล้ามเนื้อทั่วลำตัว
- ฐานที่ 5 Row เครื่องกรรเชียงบก 1,000 เมตร เป็นการทดสอบกล้ามเนื้อหลายจุดทั่วร่างกาย เพราะมีทั้งการออกแรงดันและดึงสลับกัน จึงต้องใช้ทั้งกล้ามเนื้อขา แกนกลางลำตัว หลัง แขน และไหล่
- ฐานที่ 6 Farmers Carry การเดินถือน้ำหนักตั้งแต่ 16-32 กิโลกรัม (แล้วแต่เพศและรุ่น) ระยะทาง 200 เมตร เป็นฐานที่ต้องใช้กล้ามเนื้อหลายส่วนตั้งแต่ขา หลัง แกนกลาง บ่า และแขน แต่ที่ต้องใช้มากที่สุดคือกล้ามเนื้อกำมือ ในลักษณะเดียวกับการถือถุงช้อปปิ้ง
- ฐานที่ 7 Sandbag Lunges การแบกกระสอบทรายหนัก 10 20 หรือ 30 กิโลกรัมไปพร้อมกับลันจ์ไปข้างหน้า เป็นระยะทาง 100 เมตร ถือเป็นการทดสอบการแข่งแรงของกล้ามเนื้อต้นขาและสะโพก
- ฐานที่ 8 Wall Balls การโยนลูกบอลน้ำหนักกระทบกำแพง 100 ครั้ง โดยใช้กล้ามเนื้อต้นขา สะโพก และน่องในการส่งตัว และใช้กล้ามเนื้อส่วนบนของร่างกายในการโยนลูกบอล รวมถึงกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวในการรักษาสมดุล
อยากแข่ง Hyrox สักครั้ง เตรียมตัวยังไงดี
ซ้อมวิ่ง
ในการแข่งขัน Hyrox ถูกกำหนดให้ต้องวิ่งถึง 8 กิโลเมตร โดยแบ่งออกเป็น 8 ครั้ง ครั้งละ 1 กิโลเมตร แม้ว่าอาจจะดูไม่มากนักเพราะไม่ใช่การวิ่งในครั้งเดียว แต่เนื่องจากผู้เข้าแข่งขันจะต้องวิ่งหลังจากผ่านฐาน Functional Training ผู้เข้าแข่งขันจึงจำเป็นต้องคุ้นเคยกับการวิ่งหลังจากกล้ามเนื้อต้องเผชิญกับการฝึก Functional Training อย่างหนัก ดังนั้น หากอยากลงแข่ง Hyrox ควรจำลองการฝึกวิ่งลักษณะนี้เป็นประจำ
ฝึกท่าให้ถูกต้อง
แม้การออกกำลังกายในแต่ละฐาน Functional Training จะดูไม่ซับซ้อนมากนัก แต่การเรียนรู้เกี่ยวกับมาตรฐานท่าทางของ Hyrox เป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้ฝึกท่าออกกำลังกายได้อย่างถูกต้อง หลีกเลี่ยงท่าที่ผิด และลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บ
ไม่เร่งตอนต้น ไม่แผ่วตอนปลาย
ผู้เข้าแข่งขันมือใหม่หลายคนมักรู้สึกตื่นเต้นเร้าใจกับบรรยากาศของการแข่งขัน จึงมักเผลอเริ่มต้นการแข่งด้วยพละกำลังที่เต็มที่ของตัวเอง ทำให้เกิดอาการเหนื่อยล้าในช่วงท้ายของการแข่งขัน ดังนั้น ในการฝึกซ้อมก่อนแข่งจริง จึงควรค้นหาจังหวะและอัตราความเร็วที่เหมาะสมกับตัวเอง และอย่าลืมควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจให้ดีด้วย
กินดื่มให้เพียงพอ พักผ่อนให้พอดี
หลาย ๆ คนดูแลตัวเองอย่างดีช่วงเตรียมตัวก่อนการแข่งขัน แต่เมื่อถึงสนามแข่ง อาจตื่นเต้นไปกับบรรยากาศและมัวแต่สนุกอยู่กับผู้เข้าแข่งขันท่านอื่น จนไม่มีเวลานั่งพัก ดื่มน้ำ หรือรับประทานอาหารให้มีพลังงานเพียงพอสำหรับการแข่งขัน ส่งผลให้รู้สึกเหนื่อยก่อนที่จะไปยังจุดเริ่มต้นเสียอีก
Hyrox ไม่ใช่แค่การแข่งขันสำหรับคนฟิตระดับโปรเท่านั้น แต่คือสนามที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ลองก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง ไม่ว่าจะเริ่มจากศูนย์หรือมีพื้นฐานอยู่แล้ว ความท้าทายของ Hyrox อยู่ที่การรู้จักร่างกายตัวเอง วางแผน และค่อย ๆ พัฒนาไปทีละขั้น ที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าผลการแข่งขันจะออกมาเป็นอย่างไร การที่ได้ลงสนามก็ถือว่าชนะใจตัวเองไปแล้วเรียบร้อย