
ในปัจจุบัน หลายคนหันมาให้ความสำคัญกับ “การลงทุน” มากขึ้น เพราะคาดหวังผลตอบแทนที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับการออมเงินแบบเดิม ๆ ไม่ว่าจะเป็นหุ้น กองทุน หรือสินทรัพย์ทางเลือกต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม การมี “เงินก้อน” สำหรับสำรองยามฉุกเฉิน และ “เงินเกษียณ” สำหรับใช้ในระยะยาว ก็ยังคงเป็นพื้นฐานสำคัญของความมั่นคงทางการเงินที่ไม่ควรมองข้าม
โดยเฉพาะในช่วงที่โลกมีความไม่แน่นอนสูง ทั้งความขัดแย้งระหว่างประเทศ ภาวะเศรษฐกิจผันผวน หรือเหตุการณ์ไม่คาดคิดต่าง ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนได้โดยตรง การวางแผนการเงินอย่างรอบด้านจึงเป็นสิ่งจำเป็น บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า “เงินก้อน” และ “เงินเกษียณ” มีความสำคัญอย่างไร พร้อมแนวทางการวางแผนที่เหมาะสมในแต่ละช่วงชีวิต
เงินก้อน สำคัญอย่างไร
เงินก้อน คือ เงินที่เราสะสมไว้เพื่อรองรับเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น การเจ็บป่วย อุบัติเหตุ การตกงาน หรือเหตุฉุกเฉินในชีวิต เป็นต้น โดยจะช่วยให้เราสามารถรับมือกับปัญหาได้โดยไม่ต้องขายทรัพย์สินต่าง ๆ หรือหยิบยืมเงินมาใช้จ่ายเพื่อจัดการกับเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งอาจสร้างภาระในระยะยาวได้
นอกจากนี้ เงินก้อนยังมีบทบาทสำคัญในการสร้าง “ความมั่นคงให้กับครอบครัว” ไม่ใช่แค่ในช่วงที่เรายังมีชีวิตอยู่ แต่ยังรวมถึงการส่งต่อความมั่นคงไปยังคนข้างหลัง เช่น การเป็นมรดกให้กับบุตรหลาน หรือช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับคนในครอบครัวในวันที่เราไม่สามารถดูแลได้แล้ว ดังนั้น การมีเงินก้อนที่เพียงพอจึงไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเอง แต่ยังเป็นการวางรากฐานความมั่นคงให้กับคนที่เรารักด้วย
เงินเกษียณ สำคัญอย่างไร
เงินเกษียณ คือ เงินที่เตรียมไว้เพื่อใช้จ่ายเมื่อไม่มีรายได้จากการทำงานอีกต่อไป ซึ่งถือเป็น “รายได้ทดแทน” ที่ช่วยให้เราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องพึ่งพาลูกหลานหรือผู้อื่นมากเกินไปนัก
หลาย ๆ คนอาจมองว่าเมื่อเกษียณอายุแล้ว ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำจะลดลง เพราะไม่ต้องจ่ายค่าเดินทางไปทำงาน ไม่จำเป็นต้องซื้อเสื้อผ้า หรือรับประทานอาหารนอกบ้านมากนัก แต่ในระยะยาว ค่าใช้จ่ายหลังเกษียณไม่ได้ลดลงเสมอไป โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่มักเพิ่มขึ้นตามอายุ หากไม่มีการวางแผนเงินเกษียณอย่างเพียงพอ อาจทำให้คุณภาพชีวิตในช่วงบั้นปลายลดลงอย่างมาก การมีเงินเกษียณที่มั่นคงจึงช่วยให้เราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ เลือกทำในสิ่งที่ต้องการ และรักษามาตรฐานชีวิตที่คุ้นเคยไว้ได้แม้จะไม่มีรายได้ประจำแล้ว
เงินก้อน vs เงินเกษียณ ควรวางแผนอะไรก่อน
การวางแผนระหว่าง “เงินก้อน” และ “เงินเกษียณ” ไม่ได้มีคำตอบที่ตายตัวว่าอะไรสำคัญกว่ากัน เพราะขึ้นอยู่กับรูปแบบรายได้ ความมั่นคงในอาชีพ และสวัสดิการของแต่ละบุคคล
สำหรับข้าราชการ ซึ่งมีระบบบำนาญรองรับหลังเกษียณอยู่แล้ว การให้ความสำคัญกับการสร้าง “เงินก้อน” อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า เนื่องจากมีรายได้ประจำหลังเกษียณค่อนข้างแน่นอนอยู่แล้ว การเตรียมเงินสำรองสำหรับเหตุฉุกเฉิน หรือการวางแผนส่งต่อทรัพย์สินจึงเป็นสิ่งที่ควรเพิ่มความสำคัญ
ในขณะที่พนักงานบริษัท จะได้เงินก้อนจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) ที่จะได้เมื่อเกษียณอายุ ซึ่งนำไปใช้เป็นเงินก้อนสำหรับกรณีฉุกเฉินต่าง ๆ หรือเก็บเป็นเงินทุนเพื่ออนาคตของลูกหลานได้ แต่อาจมีเงินใช้สำหรับช่วงเกษียณอายุไม่เพียงพอในระยะยาว แม้จะมีเงินบำนาญจากกองทุนประกันสังคมก็ตาม การวางแผน “เงินเกษียณ” ในรูปแบบรายได้ประจำ จึงมีความสำคัญ เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคง
นอกจากนี้ สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์ ซึ่งไม่มีทั้งบำนาญและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ การวางแผนทั้งเงินก้อนและเงินเกษียณควบคู่กันไปตั้งแต่เนิ่น ๆ ถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะต้องพึ่งพาการวางแผนของตัวเองเกือบทั้งหมด การเริ่มต้นเร็วจะช่วยลดภาระและเพิ่มโอกาสในการสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวได้มากขึ้น

เงินเดือนออก จ่ายค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ก่อน ถ้ามีเหลือก็เก็บ แต่สุดท้ายก็ยังรู้สึกว่า "ไม่พอ"
ถ้าคุณรู้สึกแบบนี้ แสดงว่าคุณไม่ได้อยู่คนเดียว คนทำงานส่วนใหญ่ใช้ชีวิตแบบนี้มาตลอด จ่ายก่อน เหลือค่อยเก็บ แล้วก็วนซ้ำทุกเดือน จนวันหนึ่งก็ตั้งคำถามว่า "ทำงานมาตั้งนาน แล้วเงินไปอยู่ไหน"
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าคุณขยันหรือขี้เกียจ รายได้มากหรือน้อย แต่อยู่ที่ ไม่มีแผน และนั่นคือจุดเริ่มต้นของทุกปัญหาทางการเงินของหลาย ๆ คน
ทำไม "เหลือค่อยเก็บ" ถึงไม่ได้ผล
จากแนวคิด รายได้ - ค่าใช้จ่าย = เงินออม ฟังดูอาจจะใช่ นี่คือการวางแผนทางการเงินที่ดี แต่ความความจริงเงินไม่เหลือ เพราะต้องหมดไปกับสิ่งที่ไม่ได้วางแผน แนวคิดที่ควรปรับคือการเปลี่ยนลำดับความสำคัญใหม่ จาก “รายได้ - ค่าใช้จ่าย = เงินออม” เป็น “รายได้ - เงินออม = ค่าใช้จ่าย” หรือที่เรียกว่า Pay Yourself First โดยกำหนดสัดส่วนเงินออมตั้งแต่ต้นเดือน และแยกออกเป็นเป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจน
โดยเฉพาะการแบ่งเงินออมออกเป็น “เงินก้อน” สำหรับเหตุฉุกเฉิน และ “เงินเกษียณ” สำหรับอนาคต ซึ่งเป็น 2 เป้าหมายสำคัญที่ควรวางแผนควบคู่กันไปตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อให้สามารถรับมือกับทั้งความไม่แน่นอนในปัจจุบัน และมีความมั่นคงในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม การเก็บออมเงินก้อนเอง หรือสะสมเงินเพื่อการเกษียณด้วยตัวเองอาจไม่ใช่เรื่องง่าย หากมีตัวช่วยอย่างประกันชีวิต ก็จะช่วยให้เข้าใกล้เป้าหมายได้ง่ายขึ้น
สำหรับเงินก้อนนั้น เนื่องจากเป็นเงินที่หลาย ๆ คนใช้สำหรับเหตุฉุกเฉิน ทางที่ดีที่สุดคือการนำเงินโบนัสที่มักได้รับเป็นก้อนมาจัดสรรเป็นเงินส่วนนี้ และใช้ประกันสะสมทรัพย์ ที่ให้เงินคืนและให้ความคุ้มครองระยะกลาง ๆ อย่าง ประกันชีวิต โอเชี่ยนไลฟ์ ออมสบาย 10/4 ที่จะให้เงินครบกำหนดสัญญา 269% และยังให้เงินคืนปีละ 20% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย เช่น จำนวนเงินเอาประกันภัย 30,000 บาท จะได้รับเงินคืนปีละ 6,000 บาท และเงินครบกำหนดสัญญา 80,700 บาท มาสมทบให้เงินก้อนจากโบนัสมั่นคงสมบูรณ์ขึ้น ช่วยให้ครอบคลุมเหตุไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นได้ดีขึ้นกว่าเดิม
ส่วนเงินเกษียณนั้น สามารถใช้ประกันบำนาญเป็นตัวช่วยสร้างรายได้ประจำหลังเกษียณ โดยสามารถเลือกแบบจ่ายเบี้ยประกันภัยสั้น ๆ ประมาณ 5 ปีก็ได้ ซึ่งเบี้ยจะสูงกว่าแบบที่ต้องจ่ายนาน 55 หรือ 60 ปี
ประกันบำนาญจาก OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต มีให้เลือกด้วยกันหลายแบบ
- รีไทร์ เรดดี้ 85/5 จ่ายเบี้ยสั้น 5 ปี รับเงินบำนาญ 15% ตั้งแต่อายุ 60-85 ปี คลิก
- รีไทร์ เรดดี้ 85/55 จ่ายเบี้ยถึงอายุ 55 ปี รับเงินบำนาญ 15% ตั้งแต่อายุ 55-85 ปี คลิก
- รีไทร์ เรดดี้ 85/60 จ่ายเบี้ยถึงอายุ 60 ปี รับเงินบำนาญ 15% ตั้งแต่อายุ 60-85 ปี คลิก
แม้การลงทุนจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความมั่งคั่ง แต่ “เงินก้อน” และ “เงินเกษียณ” ยังคงเป็นพื้นฐานของความมั่นคงทางการเงินที่ขาดไม่ได้ เงินก้อนช่วยให้เรารับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้อย่างมั่นใจ ขณะที่เงินเกษียณช่วยให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว
การเลือกวางแผนสิ่งใดก่อนขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละคน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเริ่มต้นวางแผนตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้อนาคตทางการเงินมีความมั่นคง และพร้อมรับมือกับทุกความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นได้
ข้อควรทราบ:
% หมายถึง เปอร์เซ็นต์ของจำนวนเงินเอาประกันภัย
- การรับประกันภัยเป็นไปตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่บริษัทฯ กำหนด
- ความคุ้มครองและการจ่ายผลประโยชน์ต่าง ๆ เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์
- ข้อมูลในเอกสารนี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นของผลิตภัณฑ์ประกันภัย ผู้ขอเอาประกันภัย/ผู้เอาประกันภัยควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและทำความเข้าใจในรายละเอียดเงื่อนไขความคุ้มครอง ผลประโยชน์ และข้อยกเว้น ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้งเมื่อได้รับกรมธรรม์แล้วโปรดศึกษาเพิ่มเติม