ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมารวมถึงปี 2569 นี้ ทั่วโลกต้องเผชิญกับอุทกภัยหลายต่อหลายครั้ง ในระยะเวลาใกล้ ๆ กัน เช่น
- 30 มิ.ย. 2569 เกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลันในกรุงอักกรา เมืองหลวงของประเทศกานา หลังจากมีฝนตกอย่างหนักสูงถึง 140 มิลลิเมตร เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 13 ศพ
- 12 ก.ค. 2569 เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ประเทศบังกลาเทศ มีผู้เสียชีวิตถึง 44 ราย และมีประชาชนนับล้านคนได้รับผลกระทบ
- 12-13 ส.ค. 2569 เหตุการณ์น้ำท่วมจังหวัดชิบะ ประเทศญี่ปุ่น โดยมีปริมาณฝนสะสม 24 ชั่วโมงมากกว่า 360 มิลลิเมตร และสูงถึง 600 มิลลิเมตรในบางพื้นที่ ส่งผลให้เกิดผู้ตกค้างทั้งบริเวณสถานีรถไฟ และท่าอากาศยานนานาชาตินาริตะ ผ่านมายังไม่ทันครบเดือน วันที่ 8 ก.ย. ญี่ปุ่นก็ต้องเผชิญกับฝนตกหนักอีกรอบ ณ เมืองนาโกยา จังหวัดไอจิ ซึ่งเป็นสถานที่จัดมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์
- 15-17 ส.ค. 2569 เกิดปรากฏการณ์เรนบอมบ์ (Rain Bomb) โดยมีปริมาณฝนสะสมสูงถึง 813 มิลลิเมตร ส่งผลให้เกิดทั้งน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่ม บริเวณ จ.คยองซังใต้ ทางตอนใต้ของประเทศเกาหลีใต้
- 17 ส.ค. 2569 เกิดฝนตก จากอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ณ กรุงลิมา เมืองหลวงของเปรู ทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ โดยมีรถโดยสารจมน้ำเกือบมิดทั้งคัน
- 26 ส.ค. 2569 เหตุการณ์ธารน้ำแข็งละลาย จนทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันรุนแรงราวกับคลื่นยักษ์สินามิที่ชายแดนเนปาลและจีน มีผู้เสียชีวิตราว 1,400 คน และสูญหายอีกกว่าครึ่งหมื่น
ส่วนประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เรนบอมบ์ หลายต่อหลายครั้งในเดือนก.ย. 2569 จนได้รับการแจ้งเตือนจาก Google Flood Hub ว่าเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยระดับสีแดง ที่มีโอกาสเกิดน้ำท่วมฉับพลัน
ดังนั้น บทความนี้จะพาทุกคนไปรู้จักกับปรากฏการณ์เรนบอมบ์ ประเภทของน้ำท่วม และวิธีรับมือก่อน ระหว่าง และภายหลังน้ำท่วม เพื่อความพร้อมเผื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในอนาคต
เช็กลิสต์เลือกอ่านได้ตามที่ต้องการ
- น้ำท่วมคืออะไร
- น้ำท่วมธรรมดา vs น้ำท่วมเฉียบพลัน
- น้ำท่วมกรุงเทพฯ ต้องกังวลแค่ไหน
- วิธีรับมือก่อน ระหว่าง และหลังน้ำท่วม
น้ำท่วมคืออะไร
น้ำท่วมเกิดจากการไหลล้นของน้ำไปยังพื้นที่ที่ปกติเป็นพื้นที่แห้ง โดยสามารถเกิดขึ้นจากปรากฏการณ์ธรรมชาติ เช่น ในช่วงที่มีฝนตกหนัก (เช่น กรณีน้ำท่วมจังหวัดชิบะ ประเทศญี่ปุ่น) เมื่อหิมะหรือธารน้ำแข็งละลายอย่างรวดเร็ว (เช่น กรณีน้ำท่วมฉับพลันที่ชายแดนเนปาลและจีน) หรือเมื่อเขื่อนแตก
น้ำท่วมธรรมดา vs น้ำท่วมเฉียบพลัน
น้ำท่วมธรรมดา
ส่วนใหญ่จะเป็นน้ำท่วมเอ่อล้นที่จะค่อย ๆ เกิดขึ้นอย่างช้า ๆ ภายในระยะเวลาหลายชั่วโมงหรือหลายวัน ในประเทศไทยมักอยู่ในรูปแบบของน้ำป่าล้นตลิ่ง เกิดเมื่อแม่น้ำมีระดับน้ำสูงขึ้นจนเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ริมฝั่ง มักเกิดในลุ่มน้ำสายหลัก เช่น แม่น้ำโขง แม่น้ำปิง และแม่น้ำน่าน เป็นต้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรมได้ นอกจากนั้น ในที่ราบต่ำเขตเมืองอย่างกรุงเทพมหานคร หรือพื้นที่ที่มีระบบระบายน้ำไม่ดี ยังมีโอกาสเกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มจากฝนตกอีกด้วย ส่วนน้ำท่วมชายฝั่งอาจเกิดจากคลื่นพายุซัดฝั่งที่มาจากพายุโซนร้อน
น้ำท่วมเฉียบพลัน
มักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า โดยในประเทศไทยมักมีสาเหตุจากน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งเกิดจากฝนตกหนักในระยะเวลาสั้น ๆ บนพื้นที่สูงหรือภูเขา ทำให้น้ำไหลลงที่ราบอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดกระแสน้ำรุนแรงและดินโคลนถล่ม มักพบในพื้นที่เชิงเขาและลุ่มน้ำขนาดเล็ก เช่น เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และเชียงราย เป็นต้น ส่วนในพื้นที่ลุ่มนั้น ก็มีโอกาสเกิดน้ำท่วมเฉียบพลันเช่นกัน โดยเป็นน้ำท่วมเฉียบพลันที่เกิดจากเรนบอมบ์ (Rain bomb)
เรนบอมบ์ (Rain bomb) หรือระเบิดฝน เป็นปรากฏการณ์ฝนตกหนักรุนแรงในพื้นที่แคบ ๆ ในระยะเวลาอันสั้นเหมือนระเบิดที่ถูกหย่อนลงมาจากฟ้า ปรากฏการณ์นี้เป็นผลพวงโดยตรงจากสภาวะ "โลกเดือด" (Global Boiling) ที่อุณหภูมิโลกสูงขึ้นจนชั้นบรรยากาศสามารถกักเก็บความชื้นได้มากขึ้น จนรับน้ำหนักมวลน้ำมหาศาลไว้ไม่ไหว ก็กลายเป็นฝน เทกระหน่ำลงมาอย่างรุนแรงและรวดเร็วในลักษณะ "เทกระจาด" ซึ่งรุนแรงกว่าฝนตกตามฤดูกาลปกติมาก และจะเกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวในช่วงเวลาสั้น ๆ ประมาณ 5-10 นาที โดยสามารถสร้างปริมาณฝนได้มหาศาลถึง 50-100 มม./ชม. เลยทีเดียว
น้ำท่วมกรุงเทพฯ ต้องกังวลแค่ไหน
ในช่วงเดือนก.ย. 2569 Google Flood Hub แพลตฟอร์มที่ถูกพัฒนาเพื่อป้องกันภัยพิบัติ โดยวิเคราะห์ข้อมูลจากสภาพอากาศ ปริมาณน้ำฝน ระดับน้ำในแม่น้ำ และลักษณะภูมิประเทศ ได้แจ้งเตือนพื้นที่สีแดง บริเวณกรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ ซึ่งหมายความว่า มีโอกาสสูงที่จะเกิดน้ำท่วมใน 24 ชั่วโมง ซึ่งสอดคล้องกับพยากรณ์อากาศของ กรมอุตุนิยมวิทยา ที่มีคำเตือนออกมาว่ากรุงเทพและปริมณฑล จะมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ อีกทั้งนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ยังเตรียมรับมือผลกระทบจากเรนบอมบ์ต่อพื้นที่จุดอ่อนในกรุงเทพฯ มาตั้งแต่ปี 2567 อีกด้วย
ดังนั้น ปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพฯ และปริมณฑลจึงเป็นสิ่งที่น่ากังวลใจพอสมควร ทุกคนจึงควรเตรียมตัวรับมือให้พร้อม
วิธีรับมือก่อน ระหว่าง และหลังน้ำท่วม
ก่อนน้ำท่วม
- ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับน้ำท่วมให้รอบด้าน เช่น ลักษณะของน้ำท่วมในพื้นที่ของตนเอง, ลักษณะของที่อยู่อาศัยของตนเอง, เบอร์ติดต่อฉุกเฉิน, หน่วยงานต่าง ๆ ที่ต้องติดตามเพื่อรับการแจ้งเตือนเมื่อเกิดน้ำท่วม, หน่วยงานที่ทำหน้าแจ้งข่าวพยากรณ์น้ำท่วม เป็นต้น
- สื่อสารพูดคุยกับคนในครอบครัวเกี่ยวกับน้ำท่วมให้ชัดเจน
- ซ้อมแผนความปลอดภัย ด้วยการเตรียมเส้นทางอพยพ จุดนัดพบกรณีพลัดหลง หากบุตรหลานยังเป็นผู้เยาว์ ให้ศึกษาแผนอพยพของสถานศึกษาที่บุตรหลานสังกัดอยู่
- เตรียมชุดอุปกรณ์ฉุกเฉิน เงินสด และเอกสารสำคัญ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความนี้ https://www.ocean.co.th/articles/emergency-bag-and-supplies
- ฝึกหัดว่ายน้ำ ทั้งตนเองและครอบครัว
ระหว่างน้ำท่วม
- ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมจากหน่วยงานต่าง ๆ และอัปเดตข่าวสารอยู่เสมอ
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานท้องถิ่น โดยเฉพาะเมื่อมีคำสั่งให้อพยพ ควรหยิบอุปกรณ์ฉุกเฉิน เงินสด และเอกสารที่เตรียมไว้ จากนั้นปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ทันที
- หากคุณมีเวลาและสามารถทำได้อย่างปลอดภัย ให้ถอดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้า ยกเบรกเกอร์ และปิดการใช้งานแก๊ส และ น้ำ ก่อนที่จะอพยพ
- โดยส่วนใหญ่แล้ว เจ้าหน้าที่มักแนะนำให้อพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยที่ได้จัดเตรียมไว้ แต่ถ้าไม่สามารถไปได้ หรือไปไม่ทัน ให้อพยพขึ้นที่สูง เช่น ชั้นบนสุดของอาคารที่พักอาศัย เป็นต้น
- ดูแลบุตรหลาน โดยเฝ้าระวังไม่ให้เข้าใกล้ทั้งพื้นที่น้ำท่วมขังและน้ำที่ไหลบ่า แม้จะไม่ลึกเลยก็ตาม
- หากไม่ได้อพยพพร้อมสมาชิกในครอบครัว เมื่อไปถึงพื้นที่ปลอดภัยแล้ว ให้ติดต่อคนในครอบครัวหรือแจ้งให้คนใกล้ชิดทราบในทันที
หลังน้ำท่วม
- กลับบ้านเมื่อได้รับการยืนยันความปลอดภัยจากหน่วยงานท้องถิ่นแล้วเท่านั้น
- เก็บกวาดบ้านอย่างช้า ๆ และระมัดระวังสิ่งของอันตราย เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า สายไฟ หรือสิ่งของมีคมต่าง ๆ เป็นต้น โดยควรสูบน้ำให้พื้นที่แห้งภายใน 24-48 ชั่วโมง
- จัดพื้นที่ให้ระบายอากาศได้ง่าย โดยเฉพาะในจุดที่เปียกชื้น
- ทิ้งสิ่งของที่เสียหายหรือปนเปื้อนจนไม่สามารถซ่อมแซมได้แล้ว
- สังเกตสภาพจิตใจของสมาชิกในบ้าน โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่ยังไม่เข้าใจสถานการณ์น้ำท่วมดีนัก อาจเกิดภาวะเครียดได้
- สังเกตสุขภาพของคนในครอบครัว เพราะโรคภัยต่าง ๆ มักแฝงมากับน้ำท่วมเสมอ เช่น โรคน้ำกัดเท้า โรคอุจจาระร่วง อาหารเป็นพิษ โรคตับอักเสบ โรคตาแดง โรคฉี่หนู โรคไข้หวัดใหญ่ โรคปอดบวม รวมไปถึงไข้เลือดออก ที่อาจเกิดจากไข่ยุงลายตามบริเวณที่ยังคงมีน้ำท่วมขังอยู่ด้วย
แม้ว่าการรับมือกับโรคภัยต่าง ๆ มักจะเกิดขึ้นหลังน้ำท่วมไปแล้ว แต่เราสามารถเตรียมรับมือตั้งแต่ก่อนน้ำท่วมได้ ด้วยการซื้อประกันสุขภาพ ที่ครอบคลุมโรคต่าง ๆ ที่มากับน้ำท่วม
สนใจทำประกันสุขภาพ คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.ocean.co.th/our-products/health-protection
อ้างอิง :
https://www.matichon.co.th/foreign/news_5892876
https://www.naewna.com/inter/976728
https://www.instagram.com/p/DaNvKP3HAJM/
https://www.bbc.com/thai/articles/cpwlyyj15pgo
https://www.amarintv.com/news/social/554998
https://www.thaipbs.or.th/news/content/509532
https://www.facebook.com/MorningNewsTV3/
https://www.facebook.com/NewsWorkpoint/
https://www.unicef.org/thailand/
https://disaster.mfu.ac.th/flood/overview
https://www.facebook.com/ThaiPBSNews/
https://www.bbc.com/thai/articles/cp81r165ypmo
https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=926