
ทำไมเราควรวางแผนภาษี ?
เพราะการวางแผนภาษี จะช่วยให้เราดำเนินการยื่นภาษีได้อย่างถูกต้อง ลดปัญหาภาษีย้อนหลัง ช่วยเพิ่มเงินเก็บ และยังสามารถต่อยอดเป้าหมายทางการเงินระยะยาวได้อีกด้วย ที่สำคัญ การวางแผนภาษีอย่างรัดกุมยังช่วย ให้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้อย่างเต็มที่ ทำให้มีโอกาสได้รับเงินคืนภาษีมากขึ้น เนื่องจากหลาย ๆ คนอาจคิดว่าแค่เสียภาษีประจำปี คงไม่ได้มากมายเท่าไร ยิ่งหากเป็นช่วงแรก ๆ ของการเริ่มทำงานที่รายได้อาจจะยังไม่สูงมาก หรืออยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับการยกเว้นภาษี รวมไปถึงหลาย ๆ คนที่เข้าใจไปว่า มีการหักภาษี ณ ที่จ่ายเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น การวางแผนภาษีอาจดูเป็นเรื่องไม่จำเป็นเท่าไรนักในสายตาของคนจำนวนไม่น้อย จนกระทั่งวันยื่นภาษีมาถึง แล้วระบบประมวลผลออกมาว่าต้องจ่ายภาษีเพิ่มอีกหลายพัน หรือถึงขั้นหลักหมื่นบาท หลาย ๆ คนจึงเพิ่งเริ่มตระหนักว่า การวางแผนภาษี เป็นเรื่องจำเป็น
มาเรียนรู้ขั้นตอนการวางแผนภาษี เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมก่อนวันยื่นภาษีกันได้ที่บทความนี้
ขั้นตอนการวางแผนภาษีแบบง่าย ๆ
ขั้นตอนที่ 1 รวบรวมรายได้ทั้งหมดตลอดปีของตนเอง
ปัจจุบันหลายคนไม่ได้มีรายได้จากเงินเดือนเพียงอย่างเดียว แต่อาจมีรายได้จากงานเสริม ค่าคอมมิชชัน ค่าเช่า ค่าลิขสิทธิ์ หรือรายได้จากการประกอบอาชีพอื่น ๆ
ดังนั้น สิ่งแรกที่ควรทำคือรวบรวมรายได้ทุกทางของตัวเอง เพื่อให้เห็นภาพรายได้ทั้งปีอย่างครบถ้วน
ขั้นตอนที่ 2 ตรวจสอบประเภทของเงินได้ และค่าใช้จ่ายที่หักได้
ตรวจสอบประเภทของเงินได้ทั้งหมดของคุณ จากลิสต์ด้านล่างนี้
- เงินได้ประเภทที่ 1 - เงินได้จากการจ้างแรงงาน เช่น เงินเดือน โบนัส เป็นต้น
- เงินได้ประเภทที่ 2 - เงินได้จากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำ หรือจากการรับทำงานให้ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า เป็นต้น
- เงินได้ประเภทที่ 3 - เงินได้จากลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา
- เงินได้ประเภทที่ 4 - เงินได้จากดอกเบี้ย และการลงทุนต่าง ๆ
- เงินได้ประเภทที่ 5 - เงินหรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน
- เงินได้ประเภทที่ 6 - เงินได้จากวิชาชีพอิสระ
- เงินได้ประเภทที่ 7 - เงินได้จากการรับเหมา
- เงินได้ประเภทที่ 8 - เงินได้อื่น ๆ เช่น การเกษตร การอุตสาหกรรม การขายอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น
เงินได้เหล่านี้สามารถนำมาหักค่าใช้จ่ายได้ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเงินได้แต่ละประเภทมีวิธีการหักค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกัน เช่น เงินเดือน สามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท รายได้จากการให้เช่ายานพาหนะ สามารถหักค่าใช้จ่ายได้ตามจริงหรืออัตราเหมา 30% ของรายได้ รายได้จากการรับเหมาก่อสร้าง สามารถหักค่าใช้จ่ายได้ตามจริงหรืออัตราเหมา 60% ของรายได้ เป็นต้น
อ่านเกี่ยวกับรายได้แต่ละประเภทเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.ocean.co.th/articles/tax-deduction-2565-plan
ขั้นตอนที่ 3 เช็กสิทธิ์ในการลดหย่อนภาษีทั้งหมดของตนเอง
การวางแผนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปี 2569 จำเป็นต้องรู้สิทธิลดหย่อนของตนเองทั้งหมด ซึ่งสามารถแบ่งค่าลดหย่อนภาษีง่าย ๆ ออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่
- ค่าลดหย่อนภาษีส่วนตัวและครอบครัว เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัวของผู้มีเงินได้ ค่าลดหย่อนของคู่สมรสที่ไม่มีรายได้ ค่าลดหย่อนบุตร
- ค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มประกัน เงินออม และการลงทุน เช่น เบี้ยประกันชีวิต เบี้ยประกันสุขภาพ เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
- ค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มเงินบริจาค เช่น เงินบริจาคให้โรงเรียน วัด มูลนิธิต่าง ๆ
- ค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เช่น ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างอาคารอยู่อาศัย
- ค่าลดหย่อนกลุ่มมาตรการพิเศษจากรัฐ เช่น มาตรการลดหย่อนภาษีจากการติดตั้ง Solar Rooftop
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ocean.co.th/articles/tax-deduction-criteria
ขั้นตอนที่ 4 คำนวณเงินได้สุทธิและประเมินภาษี
สำหรับการคำนวณภาษีนั้น ต้องนำรายได้จากขั้นตอนที่ 1 มาคำนวณหา “เงินได้สุทธิ” โดยหักเงินได้ที่ได้รับยกเว้น ค่าใช้จ่าย ค่าลดหย่อนประเภทต่าง ๆ จากขั้นตอนที่ 2 และ 3 โดยผู้ที่มีเงินได้สุทธิ 150,000 บาทขึ้นไป ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยคำนวณจาก...
รายได้รวมทั้งปี - [เงินได้ที่ได้รับยกเว้น (ถ้ามี) + ค่าใช้จ่าย + ค่าลดหย่อน + เงินบริจาค] = เงินได้สุทธิ
เมื่อได้ “เงินได้สุทธิแล้ว” ให้นำไปเทียบหา “อัตราภาษี” ในตารางด้านล่าง เพื่อคำนวณหาจำนวนภาษีที่ต้องชำระ
ภาษีที่ต้องชำระ = เงินได้สุทธิ × อัตราภาษี (5-35%)
| เงินได้สุทธิต่อปี (บาท) | อัตราภาษี |
| ไม่เกิน 150,000 บาท | ไม่ต้องเสียภาษี |
| ตั้งแต่ 150,001 บาท - 300,000 บาท | 5% |
| ตั้งแต่ 300,001 บาท - 500,000 บาท | 10% |
| ตั้งแต่ 500,001 บาท - 750,000 บาท | 15% |
| ตั้งแต่ 750,001 บาท - 1,000,000 บาท | 20% |
| ตั้งแต่ 1,000,001 บาท - 2,000,000 บาท | 25% |
| ตั้งแต่ 2,000,001 บาท - 5,000,000 บาท | 30% |
| ตั้งแต่ 5,000,001 บาท ขึ้นไป | 35% |
วิธีลดหย่อนภาษีด้วยประกันชีวิตออนไลน์ โอเชี่ยนไลฟ์ ออมสบาย 10/4
จุดมุ่งหมายของการลดหย่อนภาษีของคนส่วนใหญ่ คือ พยายามให้ “เงินได้สุทธิต่อปี” ไม่เกิน 150,000 บาท หรือให้อยู่ในอัตราภาษีขั้นต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้
เช่น เมื่อคำนวณตามขั้นตอนที่ 3 แล้วนาย A มีเงินได้สุทธิต่อปี 180,000 บาท ซึ่งต้องเสียภาษีในอัตรา 5% คือ 1,500 บาท แต่นาย A ต้องการทำให้เงินได้สุทธิของตนเองไม่เกิน 150,000 บาท ดังนั้น นาย A ควรทำประกันชีวิตออนไลน์ที่มีเบี้ยประกันภัยต่อปี ปีละประมาณ 30,000 บาท จะทำให้เมื่อคำนวณใหม่แล้ว นาย A จะมีเงินได้สุทธิดังนี้
เงินได้สุทธิเดิม - เบี้ยประกันภัยต่อปี = เงินได้สุทธิใหม่
180,000 - 30,000 = 150,000 บาท
จะเห็นได้ว่าเงินได้สุทธิของนาย A ไม่เกิน 150,000 บาท อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
จากนั้น นาย A ต้องหาประกันชีวิตออนไลน์ที่มีเบี้ยประกันภัยใกล้เคียงหรือเท่ากับ 30,000 บาท ซึ่งโอเชี่ยนไลฟ์ ออมสบาย 10/4 มีเบี้ยประกันภัยเริ่มต้น 30,000 บาท พอดี โดยนาย A สามารถคำนวณได้เองง่าย ๆ ผ่านเว็บไซต์อีกด้วย
สนใจทดลองคำนวณเบี้ยประกันภัยเพื่อการลดหย่อนภาษี กับโอเชี่ยนไลฟ์ ออมสบาย 10/4 คลิก
ข้อความทราบ :
- การรับประกันภัยเป็นไปตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด
- ความคุ้มครองและการจ่ายผลประโยชน์ต่าง ๆ เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์
- เบี้ยประกันชีวิต สามารถนำไปอ้างอิงลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด
- ผู้เอาประกันภัยที่ประสงค์จะนำเบี้ยประกันชีวิต ไปอ้างอิงลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ต้องแจ้งความประสงค์และยินยอมให้บริษัท นำส่งข้อมูลเบี้ยประกันชีวิต ให้กรมสรรพากร
- การนำส่งเบี้ยประกันภัยเป็นหน้าที่ของผู้เอาประกันภัย การที่ที่ปรึกษาประกันชีวิต (ตัวแทนประกันชีวิต) มาเก็บเบี้ยประกันภัยเป็นการให้บริการเท่านั้น
- ข้อมูลในเอกสารนี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นของผลิตภัณฑ์ประกันภัย ผู้ขอเอาประกันภัย/ผู้เอาประกันภัยควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม และทำความเข้าใจในรายละเอียดเงื่อนไขความคุ้มครอง ผลประโยชน์และข้อยกเว้น ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง เมื่อได้รับกรมธรรม์แล้วโปรดศึกษาเพิ่มเติม