
หลายคนมักเข้าใจว่า “ประกันสะสมทรัพย์” คือการออม*เงินรูปแบบหนึ่งที่ให้ผลตอบแทนและความคุ้มครองพื้นฐานเหมือน ๆ กัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ประกันสะสมทรัพย์มีหลากหลายรูปแบบให้เลือก ทั้งแบบจ่ายเบี้ยยาว จ่ายเบี้ยสั้น คุ้มครองระยะสั้น หรือคุ้มครองยาว ซึ่งแต่ละแบบก็ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการทางการเงินที่แตกต่างกัน
ดังนั้น การเลือกแบบประกันที่เหมาะกับตัวเอง จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการวางแผนการเงินที่ดี
ประกันสะสมทรัพย์แบบจ่ายเบี้ยสั้น ดีอย่างไร
ประกันสะสมทรัพย์แบบจ่ายเบี้ยสั้น เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะช่วยให้คุณ “จบภาระเร็ว” แต่ยังคงได้รับความคุ้มครองต่อเนื่องตามระยะเวลาความคุ้มครองที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
ข้อดีหลัก ๆ ได้แก่
- จ่ายเบี้ยไม่นาน
เหมาะกับคนที่มีรายได้มั่นคงในช่วงหนึ่ง เช่น ฟรีแลนซ์ประจำที่ต้องดูแลโครงการต่อเนื่องนานหลายปี พนักงานสัญญาจ้างรายปี (แต่มีแนวโน้มต่อสัญญาทุกปี) ที่ปัจจุบันนายจ้างกำหนดให้ฐานเงินเดือนสูงขึ้น แทนที่สวัสดิการต่าง ๆ ที่อาจถูกลดทอนลงไป เป็นต้น ประกันสะสมทรัพย์แบบจ่ายเบี้ยสั้น จะช่วยให้คนกลุ่มนี้จัดการภาระค่าเบี้ยจบลงได้เร็ว ไม่มีภาระผูกพันในระยะยาว
- วางแผนการเงินได้ชัดเจน
ในการวางแผนการเงินที่ดี จะต้องมีการวางแผนทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ประกันสะสมทรัพย์แบบจ่ายเบี้ยสั้นจะตอบโจทย์เรื่องการจัดการภาระค่าใช้จ่ายในระยะสั้นอย่างแน่นอน แต่ในขณะเดียวกัน ก็ส่งผลดีต่อการวางแผนการเงินระยะกลาง และยาว เพราะเป็นช่วงที่จะได้รับเงินครบกำหนดสัญญาในรูปแบบเงินก้อน ทำให้สามารถนำเงินไปจัดสรรเพื่อเป้าหมายอื่น ๆ ได้ง่ายขึ้น เช่น การลงทุน การเตรียมเงินเกษียณ หรือการสร้างเงินสำรองฉุกเฉิน ในขณะที่ความคุ้มครองยังคงดำเนินต่อไปตามแผนที่วางไว้
ทำไมจึงควรเลือกประกันสะสมทรัพย์ “จ่ายสั้น แต่คุ้มครองยาว”
การเลือกประกันสะสมทรัพย์แบบ “จ่ายสั้น แต่คุ้มครองยาว” ไม่ได้ตอบโจทย์แค่เรื่องความสะดวกในการจ่ายเบี้ย แต่ยังช่วยวางรากฐานความมั่นคงในระยะยาวได้ในหลายกรณี เช่น
- มีเงินก้อนเพื่อใช้เอง
- มีเงินก้อนเพื่อส่งต่อให้ครอบครัว
สำหรับคนที่มีความมั่นคงทางการเงินในวัยเกษียณอยู่แล้ว อาจไม่ต้องการเงินก้อนเพื่อใช้จ่าย หรือลงทุนเพิ่มเติม แต่อาจต้องการเงินสักก้อนเพื่อมอบให้กับคนที่รักเป็นของขวัญ หรือเป็นเงินที่ให้กับลูกหลานหลังจบการศึกษา เพื่อเริ่มต้นวัยผู้ใหญ่ก็ได้เช่นกัน ประกันสะสมทรัพย์จ่ายสั้น แต่คุ้มครองยาว โอเชี่ยนไลฟ์ เลิฟ โพรเทค 77/7 ที่จ่ายเบี้ยแค่ 7 ปี แต่จะมีเงินครบกำหนดสัญญาให้เมื่อผู้เอาประกันภัยมีอายุครบ 77 ปี ซึ่งผู้เอาประกันภัยสามารถนำเงินก้อนนี้ไปมอบให้กับคนที่รักได้
- มีเงินก้อนเพื่อเป็นมรดกเมื่อจากไป
อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่หลายคนเลือกใช้ประกันเป็นเครื่องมือวางแผนมรดก เนื่องจากจะมีการระบุ “ผู้รับผลประโยชน์” ไว้อย่างชัดเจน เมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิต บริษัทจะจ่ายเงินก้อนตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ให้กับผู้รับผลประโยชน์โดยตรง จึงไม่ว่าถือว่าเงินก้อนดังกล่าวเป็นทรัพย์มรดกของผู้เอาประกันที่เสียชีวิต เนื่องจากไม่ใช่ทรัพย์สินที่ผู้เอาประกันมีอยู่ก่อนแล้ว ดังนั้น ในกรณีที่ผู้เอาประกันมีหนี้สินก่อนเสียชีวิต เจ้าหนี้จะไม่สามารถเรียกร้องเงินก้อนนี้ได้
จะเห็นได้ว่า ประกันสะสมทรัพย์ไม่ได้มีแค่แบบเดียว แต่มีหลายรูปแบบให้เลือกตามเป้าหมายชีวิต หากคุณกำลังมองหาทางเลือกที่
- จ่ายเบี้ยไม่นาน
- ลดภาระในระยะยาว
- มีเงินก้อนเพื่อเป็นมรดกในอนาคต
- และสามารถส่งต่อความมั่นคงให้ครอบครัวได้
ประกันสะสมทรัพย์แบบ “จ่ายสั้น คุ้มครองยาว” ถือเป็นอีกหนึ่งคำตอบที่น่าสนใจ ทั้งในมุมของการวางแผนการเงิน และการดูแลคนที่คุณรักในระยะยาว
สนใจประกันสะสมทรัพย์ โอเชี่ยนไลฟ์ เลิฟ โพรเทค 77/7 คลิก
ข้อควรทราบ
*เป็นการออมเงินในรูปแบบประกันชีวิต
- การรับประกันภัยเป็นไปตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด
- ความคุ้มครองและการจ่ายผลประโยชน์ต่าง ๆ เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์
- ข้อมูลในเอกสารนี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นของผลิตภัณฑ์ประกันภัย ผู้ขอเอาประกันภัย/ผู้เอาประกันภัยควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม และทำความเข้าใจในรายละเอียดเงื่อนไขความคุ้มครอง ผลประโยชน์และข้อยกเว้น ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง เมื่อได้รับกรมธรรม์ประกันภัยแล้วโปรดศึกษาเพิ่มเติม
อ้างอิง : https://justicechannel.org/read/inheritance-property