
การยื่นภาษีของ “ฟรีแลนซ์” แตกต่างจากมนุษย์เงินเดือนพอสมควร เพราะอาจไม่มีนายจ้างหักภาษี ณ ที่จ่ายให้แบบอัตโนมัติทุกครั้ง และรายได้มักไม่ได้มาเป็นเงินเดือนประจำทุกเดือน แต่เป็นรายโปรเจกต์ รายชิ้นงาน หรือรายสัญญา ทำให้หลายคนสับสนว่า
- ฟรีแลนซ์ต้องยื่นภาษีไหม
- รายได้เท่าไรต้องเสียภาษี
- รายได้ของฟรีแลนซ์เป็นเงินได้ประเภทไหน
- ต้องยื่นภาษีเมื่อไหร่
- ใช้สิทธิลดหย่อนอะไรได้บ้าง
บทความฉบับสมบูรณ์นี้จะพาฟรีแลนซ์ทุกคนมาทำความเข้าใจเรื่องภาษีแบบครบถ้วน ตั้งแต่ลักษณะอาชีพ รายได้ที่ต้องยื่นภาษี ประเภทเงินได้ อัตราภาษีแบบขั้นบันได ไปจนถึงค่าลดหย่อนต่าง ๆ ที่สามารถใช้สิทธิได้ โดยอ้างอิงหลักเกณฑ์จากกรมสรรพากร เพื่อให้คุณวางแผนภาษีได้อย่างถูกต้องและไม่พลาดสิทธิประโยชน์สำคัญ
อาชีพแบบไหนกันนะ ที่เรียกว่า “ฟรีแลนซ์”
ฟรีแลนซ์คือผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ รับงานเป็นครั้งคราวหรือเป็นโปรเจกต์ โดยไม่ได้มีสถานะเป็นลูกจ้างประจำขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง รายได้จึงไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับปริมาณงานและข้อตกลงกับลูกค้า บางรายมีลูกค้าหลายเจ้าในเวลาเดียวกัน และต้องดูแลเรื่องสัญญา การออกใบแจ้งหนี้ และการจัดการภาษีด้วยตนเอง
ตัวอย่างอาชีพฟรีแลนซ์ เช่น
- นักออกแบบกราฟิก (Graphic Designer)
- ช่างภาพ / ช่างวิดีโอ
- นักเขียน / คอนเทนต์ครีเอเตอร์
- โปรแกรมเมอร์ / นักพัฒนาเว็บไซต์
- ที่ปรึกษาด้านการตลาด / ที่ปรึกษาธุรกิจ
แม้รูปแบบงานจะแตกต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ “ไม่มีนายจ้างประจำ” และต้องจัดการภาษีด้วยตนเองทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันพนักงานบริษัทหลายคนใช้เวลาว่างในการทำงานเพื่อหารายได้เสริมด้วย หากงานดังกล่าวมีรายได้ที่เข้าเกณฑ์ต้องยื่นภาษี พนักงานบริษัทกลุ่มนี้ จะต้องยื่นภาษีทั้งสำหรับรายได้ประจำในฐานะมนุษย์เงินเดือน และยื่นภาษีในฐานะฟรีแลนซ์ด้วยเช่นกัน
ฟรีแลนซ์ต้องยื่นภาษีไหม รายได้เท่าไรต้องเสียภาษี ?
คำตอบคือ ต้องยื่นภาษี หากมีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด โดยใช้หลักเกณฑ์เดียวกับมนุษย์เงินเดือนทั่วไปตามประกาศของกรมสรรพากร กล่าวคือ
- บุคคลโสด มีเงินได้สุทธิเกิน 120,000 บาทต่อปี ต้องยื่นภาษี แม้สุดท้ายจะไม่มีภาษีต้องชำระก็ตาม
- แต่หากมีเงินได้สุทธิเกิน 150,000 บาทต่อปี ต้องเสียภาษีตามอัตราที่กรมสรรพากรกำหนด
สามารถดูอัตราภาษีแบบเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันไดได้ที่ บทความนี้
รายได้ของฟรีแลนซ์เป็นเงินได้ประเภทไหน ?
เงินได้บุคคลธรรมดาแบ่งออกเป็น 8 ประเภท โดยฟรีแลนซ์มักเกี่ยวข้องกับประเภทต่อไปนี้
- เงินได้ประเภทที่ 2 (มาตรา 40(2)) เช่น ค่าจ้างทำของ ค่านายหน้า ค่าคอมมิชชัน โบนัส หรือค่าบริการที่ไม่ได้อยู่ในฐานะลูกจ้างประจำ
- เงินได้ประเภทที่ 6 (มาตรา 40(6)) วิชาชีพอิสระ เช่น แพทย์ ทนายความ วิศวกร สถาปนิก นักบัญชี
- เงินได้ประเภทที่ 7 (มาตรา 40(7)) เช่น รับเหมาก่อสร้าง หรือรับทำงานที่ผู้รับเหมาต้องจัดหาสัมภาระสำคัญเอง
- เงินได้ประเภทที่ 8 (มาตรา 40(8)) เช่น ธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร อุตสาหกรรม หรือกิจการอื่น ๆ ที่ไม่เข้าข่ายประเภทก่อนหน้า
อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ได้ที่บทความนี้
เป็นฟรีแลนซ์ ต้องยื่นภาษีเมื่อไร เสียภาษีกี่รอบ ?
กำหนดการยื่นภาษีของฟรีแลนซ์ไม่แตกต่างจากบุคคลธรรมดา โดยการยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 สำหรับรายได้ทั้งปีจะเริ่มตั้งแต่ 1 มกราคม - 31 มีนาคม ของทุกปี แต่สามารถยื่นทางอินเทอร์เน็ตได้ถึงประมาณวันที่ 8 เมษายน
แต่ในกรณีมีรายได้ตามมาตรา 40(5)–(8) และมีเกณฑ์เข้าเงื่อนไข อาจต้องยื่นภาษีครึ่งปีหรือ ภ.ง.ด 94 เพิ่มเติมด้วย โดยจะต้องยื่นแบบในช่วงเดือนกรกฎาคม – กันยายน ของปีภาษีนั้น
สำหรับการเสียภาษีนั้น โดยส่วนใหญ่แล้ว ฟรีแลนซ์มักถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% เมื่อได้รับค่าจ้าง ซึ่งผู้ว่าจ้างเป็นผู้ดำเนินการและนำส่งข้อมูลไปยังกรมสรรพากร โดยจะออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ด้วย ซึ่งฟรีแลนซ์ทุกคนควรจะเก็บรวบรวมไว้ เพื่อนำไปยื่นภาษีประจำปี (ภ.ง.ด. 90) เพื่อสรุปรายได้ทั้งหมด หากภาษีที่คำนวณได้น้อยกว่าที่ถูกหักไว้ ก็สามารถขอคืนภาษีส่วนต่างได้ แต่หากมากกว่า จะต้องชำระภาษีเพิ่มเติม
สรุปได้ว่า ฟรีแลนซ์เสียภาษี 2 รอบ รอบแรกคือการหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% (ถ้ามี) และ และรอบที่ 2 คือการชำระภาษีเพิ่มเติม หลังจากยื่นภาษีประจำปี ภ.ง.ด. 90
ค่าลดหย่อนของฟรีแลนซ์ มีอะไรบ้าง ?
แม้จะเป็นฟรีแลนซ์ แต่สิทธิค่าลดหย่อนใช้หลักเกณฑ์เดียวกับบุคคลธรรมดาทั่วไป ตัวอย่างค่าลดหย่อนสำคัญ ได้แก่
ค่าลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว
- ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท
- คู่สมรส (ไม่มีรายได้) 60,000 บาท
- บุตรตามเงื่อนไขที่กำหนด
- ค่าอุปการะบิดามารดา
กลุ่มประกันและการลงทุน
- เบี้ยประกันชีวิต
- เบี้ยประกันสุขภาพ
- ประกันสุขภาพบิดามารดา
- กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ / RMF / SSF
- กองทุนประกันสังคม (กรณีสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40)
กลุ่มดอกเบี้ยและที่อยู่อาศัย
ดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย (ตามเกณฑ์ที่กำหนด)
กลุ่มบริจาค
- เงินบริจาคทั่วไป
- เงินบริจาคเพื่อการศึกษา / โรงพยาบาลของรัฐ (ตามเงื่อนไขกรมสรรพากร)
ฟรีแลนซ์จึงควรวางแผนภาษีล่วงหน้า โดยเฉพาะการทำประกันสุขภาพหรือประกันชีวิต ซึ่งนอกจากช่วยบริหารความเสี่ยงแล้ว ยังช่วยลดหย่อนภาษีได้ตามสิทธิอีกด้วย
ยื่นภาษีปี 2568 แล้ว อย่าลืมวางแผนภาษีปี 2569 ตั้งแต่เนิ่น ๆ ด้วยประกันสะสมทรัพย์ ลดหย่อนภาษี โอเชี่ยนไลฟ์ เลิฟ โพรเทค 77/17 ให้คุณได้ลดหย่อนภาษียาว ๆ ถึง 17 ปี พร้อมสิทธิประโยชน์อื่น ๆ
- คุ้มครองกรณีเสียชีวิตทุกกรณีสูงสุด 177%(1) ตั้งแต่ปีกรมธรรม์ที่ 11 เป็นต้นไป
- รับเพิ่ม 100% กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ตั้งแต่ปีกรมธรรม์ที่ 1 เป็นต้นไป
- รับเงินครบกำหนดสัญญา 177%(2)
- รับเงินค่าชดเชยการนอนโรงพยาบาล ตลอดอายุสัญญา สูงสุดไม่เกิน 7 วัน ต่อรอบปีกรมธรรม์
ข้อควรทราบ :
(1) กรณีเสียชีวิตทุกกรณี บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ หรือเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์ หรือ 102% ของเบี้ยประกันภัยที่ชำระแล้ว (แล้วแต่จำนวนใดมีค่ามากกว่า)
(2) กรณีมีชีวิตอยู่ ณ วันครบกำหนดสัญญา บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ หรือ 102% ของเบี้ยประกันภัยที่ชำระแล้ว (แล้วแต่จำนวนใดมีค่ามากกว่า)
- % หมายถึง เปอร์เซ็นต์ของจำนวนเงินเอาประกันภัย
- การรับประกันภัยเป็นไปตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด
- ความคุ้มครองและการจ่ายผลประโยชน์ต่าง ๆ เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์
- เบี้ยประกันชีวิตสามารถนำไปอ้างอิงลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด
- ผู้เอาประกันภัยที่ประสงค์จะนำเบี้ยประกันชีวิตไปอ้างอิงลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ต้องแจ้งความประสงค์และยินยอมให้บริษัทฯ นำส่งข้อมูลเบี้ยประกันชีวิต ให้กรมสรรพากร
- ข้อมูลในเอกสารนี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นของผลิตภัณฑ์ประกันภัย ผู้ขอเอาประกันภัย/ผู้เอาประกันภัยควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม และทำความเข้าใจในรายละเอียดเงื่อนไขความคุ้มครอง ผลประโยชน์และข้อยกเว้น ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง เมื่อได้รับกรมธรรม์ประกันภัยแล้วโปรดศึกษาเพิ่มเติม