ยุคนี้หลายคนโฟกัสการเงินแบบชัดเจน และต้องการอยากจัดการภาระทางการเงินให้เร็ว ไม่อยากจ่ายเบี้ยยาวจนเกินกำลังรายได้ในวัยทำงาน การจ่ายเบี้ยสั้น ๆ ช่วยให้เรา หมดภาระค่าใช้จ่ายเร็วขึ้น และยังมีความอุ่นใจว่า หากเกิดเหตุไม่คาดฝันระหว่างทาง ก็ยังมีความคุ้มครองชีวิตไว้ดูแลคนที่รัก
นอกจากนี้ การจ่ายเบี้ยสั้นยังช่วยให้วางแผนการเงินส่วนอื่น ๆ ได้ดีขึ้น เช่น การออมเพื่อเกษียณ การลงทุน หรือค่าใช้จ่ายระยะสั้นอื่น ๆ โดยไม่ต้องทุ่มจ่ายเบี้ยยาว ๆ นานเป็นสิบปี
บทความนี้ OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต จึงอยากชวนคนรุ่นใหม่มาทำความรู้จักกับ ประกันสะสมทรัพย์ จ่ายสั้น คุ้มครองยาว พร้อมแนะนำแบบประกันจาก OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต
ประกันสะสมทรัพย์คืออะไร? ต่างจากประกันชีวิตทั่วไปอย่างไร
ประกันสะสมทรัพย์ คือประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ที่มีทั้ง
- ความคุ้มครองชีวิต (มีเงินให้คนที่คุณรักเมื่อคุณเสียชีวิต) หากกรมธรรม์ยังมีผลบังคับใช้
- เงินคืนเมื่อครบสัญญา ในรูปแบบ “เงินก้อน”
- อาจมีเงินคืนระหว่างสัญญาให้ตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์
ระยะเวลาเอาประกันภัยของประกันสะสมทรัพย์ มักมีระยะสั้นกว่าประกันชีวิตทั่วไปอย่างประกันชีวิตคุ้มครองตลอดชีพ ที่มีระยะเวลาเอาประกันภัยยาวนาน 90 หรือ 99 ปี ดังนั้น จึงเหมาะกับคนรุ่นใหม่ ที่เน้นวางแผนระยะสั้นเพื่อตนเอง มากกว่าวางแผนระยะยาวสำหรับสร้างมรดกให้ครอบครัว
“จ่ายสั้น คุ้มครองยาว” หมายความว่าอะไร
คำว่า จ่ายสั้น คุ้มครองยาว หมายถึง
- จ่ายเบี้ยในระยะเวลาที่สั้น เช่น 3, 5, 7 ปี
- แต่ ได้รับความคุ้มครองชีวิตต่อเนื่องยาวไปจนถึงอายุที่กำหนด เช่น ให้ความคุ้มครองชีวิตจำนวน 20 ปี หรือให้ความคุ้มครองชีวิตจนถึงอายุ 77 ปี เป็นต้น
- ประกันสะสมทรัพย์จ่ายสั้น คุ้มครองยาว จะช่วยให้มีหลักประกันชีวิตยาว ๆ โดยไม่ต้องมีภาระผูกพันในการชำระเบี้ยยาวนาน
ประกันสะสมทรัพย์ จ่ายสั้น คุ้มครองยาว เหมาะกับใคร
แบบประกันที่จ่ายสั้นแต่คุ้มครองยาวเหมาะกับหลายกลุ่ม เช่น
คนวัยทำงาน – อยากวางแผนการเงินในระยะสั้น ๆ แต่สามารถรอรับเงินก้อนในอีกหลายปีข้างหน้าได้
พ่อแม่ที่มีลูกเล็ก – ต้องการหลักประกันให้ครอบครัว
ผู้ที่มีภาระค่าใช้จ่ายหลายด้าน – อยากจัดลำดับการออมและแบ่งแผนการเงินให้ชัด
ผู้ที่เริ่มวางแผนเกษียณ – ต้องการความมั่นคงทางการเงินในวัยหลังเกษียณ
แนะนำแบบประกันสะสมทรัพย์ “จ่ายสั้น คุ้มครองยาว”
โอเชี่ยนไลฟ์ เลิฟ โพรเทค 77/7 ประกันสะสมทรัพย์จาก Ocean Life ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนยุคใหม่โดยเฉพาะ
- จ่ายเบี้ยเพียง 7 ปี แต่ความคุ้มครองชีวิตยาวถึง อายุ 77 ปี ซึ่งใกล้เคียงกับอายุคาดเฉลี่ยของคนไทยซึ่งอยู่ที่ 75.6 ปี (ตามข้อมูลของปี 2567)
- รับเงินคืน 10% ณ วันครบรอบปีกรมธรรม์ที่ 6 ซึ่งผู้เอาประกันภัยสามารถนำมาจ่ายเบี้ยปีที่ 7 ได้ ซึ่งเป็นการช่วยลดภาระทางการเงินได้อีกด้วย
- รับ เงินครบสัญญา 117% เมื่ออายุครบ 77 ปี(1)
- คุ้มครองกรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง 100% ตลอดอายุสัญญา(2)
- สิทธิลดหย่อนภาษี สูงสุด 100,000 บาท
ข้อควรทราบ :
(1)กรณีครบกำหนดสัญญา บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ หรือ 102% ของเบี้ยประกันภัยที่ชำระแล้ว หักด้วยเงินคืนตามกรมธรรม์ที่ได้รับไปแล้ว (แล้วแต่จำนวนใดมีค่ามากกว่า)
(2)กรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ ทั้งนี้เมื่อบริษัทจ่ายผลประโยชน์ดังกล่าวไปแล้ว ความคุ้มครองจะสิ้นผลคุ้มครองทันที และกรมธรรม์ประกันภัยยังคงคุ้มครองกรณีเสียชีวิต
- % หมายถึง เปอร์เซ็นต์ของจำนวนเงินเอาประกันภัย
- การรับประกันภัยเป็นไปตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด
- ความคุ้มครองและการจ่ายผลประโยชน์ต่าง ๆ เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์
- เบี้ยประกันชีวิตสามารถนำไปอ้างอิงลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด
- ผู้เอาประกันภัยที่ประสงค์จะนำเบี้ยประกันชีวิตไปอ้างอิงลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ต้องแจ้งความประสงค์และยินยอมให้บริษัทฯ นำส่งข้อมูลเบี้ยประกันชีวิต ให้กรมสรรพากร ข้อมูลในเอกสารนี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นของผลิตภัณฑ์ประกันภัย ผู้ขอเอาประกันภัย/ผู้เอาประกันภัยควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม และทำความเข้าใจในรายละเอียดเงื่อนไขความคุ้มครอง ผลประโยชน์และข้อยกเว้น ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง เมื่อได้รับกรมธรรม์ประกันภัยแล้วโปรดศึกษาเพิ่มเติม
อ้างอิง : https://le-hale.bodthai.net/