ภาษีย้อนหลังคืออะไร ต้องทำอย่างไรเมื่อสรรพากรเรียกตรวจสอบ

ภาษีย้อนหลัง
 

หลายคนมักเข้าใจผิดว่าหากยื่นภาษีแล้วกรอกรายได้ไม่ครบถ้วนคงไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ในความเป็นจริง "ภาษีย้อนหลัง" อาจกลายเป็นฝันร้ายที่ตามมาเล่นงานคุณได้ทุกเมื่อโดยไม่ทันตั้งตัว โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ระบบฐานข้อมูลทางการเงินถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน การทำความเข้าใจว่าภาษีย้อนหลังคืออะไร เกิดจากสาเหตุไหน ใครบ้างที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง รวมถึงขั้นตอนการรับมืออย่างถูกต้องเมื่อโดนเรียกตรวจสอบ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้มีรายได้ทุกคนควรรู้ 

เลือกอ่านตามหัวข้อได้เลย

  • ภาษีย้อนหลังคืออะไร
  • ภาษีย้อนหลังเกิดจากอะไร
  • ใครบ้างที่เสี่ยงโดนภาษีย้อนหลัง
  • เมื่อกรมสรรพากรเรียกตรวจสอบภาษีย้อนหลัง ต้องทำอย่างไร
  • ไม่อยากโดนภาษีย้อนหลัง ต้องทำอย่างไร


ภาษีย้อนหลังคืออะไร

ภาษีย้อนหลัง หรือ  ภาษีที่กรมสรรพากรเรียกเก็บเพิ่มจากบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล เมื่อพบว่าผู้มีรายได้ดังกล่าวไม่ได้ยื่นภาษีหรือยื่นแล้วแต่ไม่ได้ชำระภาษี ยื่นไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือข้อมูลด้านรายได้มีความผิดปกติ โดยมักเรียกเก็บพร้อม “เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม” 

สามารถอ่านเรื่อง “เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม” ได้ที่ https://www.ocean.co.th/articles/incomplete-incorrect-missed-tax-filing


ภาษีย้อนหลังเกิดจากอะไร

1. มีรายได้ แต่ไม่ได้ยื่นภาษี

ตัวอย่าง

  • ผู้มีเงินได้ต่อปีเกิน 120,000 บาท แต่ไม่เกิน 150,000 ซึ่งไม่ถึงเกณฑ์ต้องชำระภาษี จึงคิดว่าไม่ต้องยื่นภาษีด้วย
  • ผู้มีเงินได้ต่อปีถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษี แต่ต้องการหลบเลี่ยงภาษี โดยคิดว่าหากไม่ยื่นภาษีเลย กรมสรรพากรจะไม่ทราบว่ามีรายได้

2. นำรายได้มายื่นภาษีไม่ครบ

ตัวอย่าง

  • ผู้มีเงินได้ไม่ทราบว่ารายได้ของตนบางอย่าง เข้าข่ายต้องยื่นภาษี เช่น รายได้จากการขายของออนไลน์เป็นอาชีพเสริม, รางวัลจากการชิงโชค, เงินโบนัสประจำปีจากงานประจำ, รายได้จากเงินปันผล เป็นต้น
  • ผู้มีเงินได้ลืมนำรายได้บางอย่างมายื่นภาษี เช่น มีการเปลี่ยนงาน แล้วลืมนำรายได้จากที่ทำงานเก่ามายื่นภาษี

สำหรับกรณีที่ 1 และ 2 หากไม่ยื่นแบบแสดงรายการ (หรือยื่นเท็จ/หลีกเลี่ยง): เจ้าพนักงานประเมินของกรมสรรพากรมีอำนาจออกหมายเรียกตรวจสอบภาษีย้อนหลังได้ภายใน 10 ปี นับแต่วันยื่นแบบแสดงรายการหรือวันพ้นกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการแล้วแต่กรณี และหากยื่นแบบแสดงรายการแล้ว แต่ยื่นไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง: เจ้าพนักงานประเมินของกรมสรรพากรมีอำนาจออกหมายเรียกตรวจสอบได้ภายใน 2 ปี นับแต่วันที่ยื่นแบบ (ขยายได้ไม่เกิน 5 ปี หากมีเหตุจำเป็นหรือมีพฤติการณ์หลีกเลี่ยงภาษี)

3. ใช้สิทธิลดหย่อนไม่ถูกต้อง

ตัวอย่าง

  • มีการเวนคืนกรมธรรม์ ทำให้ถือครองกรมธรรม์ไม่ถึง 10 ปีตามที่กฏหมายกำหนด
  • ซื้อกองทุน RMF แต่ไถ่ถอนก่อนกำหนด หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการลงทุน
  • บริจาคเงินให้องค์กรการกุศล แต่กรอกยอดเงินลดหย่อนภาษี 2 เท่า ทั้งที่เป็นการบริจาคทั่วไปที่ลดหย่อนได้เพียง 1 เท่า


ใครบ้างที่เสี่ยงโดนภาษีย้อนหลัง

  • ผู้ที่ทำงานประจำที่มีรายได้เสริม แต่นำแค่เงินเดือนมายื่นภาษี
  • พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ 
  • ผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับสื่อออนไลน์ เช่น เจ้าของเพจ Facebook, เจ้าของ Website, YouTuber, Online Influencer, Streamer เป็นต้น ที่มักมีรายได้จากการโฆษณาออนไลน์ หรือรับจ้างทำคอนเทนต์ออนไลน์ต่าง ๆ
  • ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรือฟรีแลนซ์ เช่น ดีไซน์เนอร์ออกแบบกระเป๋าหนัง เป็นต้น

สำหรับผู้ที่ประกอบอาชีพดังกล่าวหลายอาชีพพร้อมกัน เช่น พนักงานประจำที่เป็นเจ้าของเพจ Facebook ขายสินค้าเครื่องสำอางของตนเองบนแพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์ แต่ก็รับจ้างโฆษณาเครื่องสำอางและอาหารเสริมของบริษัทอื่นด้วย ยิ่งต้องระมัดระวังเรื่องรายได้มากเป็นพิเศษ เนื่องจากรายได้เข้ามาหลายทาง จึงยิ่งควรจัดทำรายรับรายจ่ายอย่างเป็นระบบ โดยอาจต้องยื่นภาษีช่วงต้นปี ภ.ง.ด. 90 และภาษีกลางปี ภ.ง.ด. 94 เพื่อแบ่งเบาภาระการจ่ายภาษีด้วย
 

เมื่อกรมสรรพากรเรียกตรวจสอบภาษีย้อนหลัง ต้องทำอย่างไร

ส่วนใหญ่แล้ว กรมสรรพากรจะติดต่อกรณีตรวจสอบภาษีย้อนหลังด้วยการส่ง “หนังสือเชิญพบ”หรือ "หมายเรียก" ส่งผ่านทางไปรษณีย์เท่านั้น โดยผู้ที่ได้รับหนังสือแจ้งเตือนดังกล่าวควรให้ความสำคัญกับรายละเอียด ดังนี้

  • ชื่อและสถานที่ตั้งสำนักงานกรมสรรพากร ที่ส่งหนังสือเชิญฉบับนั้น ๆ
  • วันเวลาที่นัดหมายเพื่อเชิญพบหรือส่งมอบเอกสารเพิ่มเติม
  • ชื่อ-นามสกุลของผู้ที่เสียภาษี
  • ชื่อ-นามสกุลของเจ้าหน้าที่ผู้ติดต่อ
  • เบอร์โทรศัพท์ของสำนักงานกรมสรรพากรนั้น ๆ (ไม่ใช่สายด่วนของกรมสรรพากร)

โดยกรมสรรพกรมักจะไม่ติดต่อผู้เสียภาษีผ่านทางโทรศัพท์ ไลน์ อีเมล หรือช่องทางออนไลน์อื่น ๆ หากได้รับการติดต่อทางช่องทางดังกล่าว อาจเป็นไปได้ว่าเป็นมิจฉาชีพ

เมื่อได้รับหนังสือเชิญแล้ว ควรทำดังนี้

  • รีบติดต่อเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ ตามเบอร์โทรศัพท์ที่ระบุไว้บนหนังสือเชิญ
  • จัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหากต้องการแก้ต่าง หรือคัดค้านการเรียกเก็บภาษีย้อนหลังดังกล่าว
  • ไปพบเจ้าหน้าที่ตามวัน เวลา และสถานที่ตั้งสำนักงานกรมสรรพากรที่ได้นัดหมายไว้
  • หากพบว่าเป็นความผิดของตนเอง ควรจ่ายภาษี รวมถึงเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามที่กรมสรรพากรเรียกเก็บ หรือหากต้องการผ่อนชำระภาษี ก็สามารถสอบถามจากเจ้าหน้าที่ได้เช่นกัน
     

ไม่อยากโดนภาษีย้อนหลัง ต้องทำอย่างไร

  1. ทำความเข้าใจภาษีแต่ละประเภท ซึ่งสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ ภาษีมีกี่ประเภท แต่ละแบบใครต้องเสียบ้าง
  2. เมื่อมีรายได้ 120,000 บาทขึ้นไป ต้องยื่นภาษีทุกปี
  3. ตรวจสอบรายได้ให้ครบทุกช่องทาง แล้วนำมารวมคำนวณภาษีให้ครบถ้วน
  4. ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีให้ถูกต้อง
  5. หลังยื่นภาษีแต่ละปีแล้ว ควรตรวจสอบรายละเอียดที่ได้ยื่นไปอีกรอบหนึ่ง หากพบข้อผิดพลาดให้รีบติดต่อกรมสรรพากร หรือยื่นภาษีเพิ่มด้วยตนเอง

แม้การยื่นภาษีแต่ละครั้งจะเต็มไปด้วยเอกสารมากมายชวนปวดหัว แต่เมื่อเทียบกับภาระ “ภาษีย้อนหลัง” พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มที่อาจสูงเกินกว่าที่คิดแล้ว การจัดการรายได้ให้ถูกต้องและโปร่งใสตั้งแต่แรกย่อมคุ้มค่ากว่าเสมอ 

สำหรับใครที่วางแผนภาษีแล้ว พบว่ายังสามารถลดหย่อนภาษีได้เพิ่มขึ้น อย่าลืมพิจารณาประกันชีวิตลดหย่อนภาษี OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิตมีประกันลดหย่อนภาษีเป็นตัวเลือกให้คุณมากมาย คลิกดูแต่ละประเภทได้ที่นี่ https://www.ocean.co.th/our-products/tax-deduction

OCEAN CLUB APP ใช้ชีวิตดี๊ดี กับ OCHI COIN

OCEAN CLUB APP เราอยากเห็นคุณ "สุขภาพดี" ไปนาน ๆ

รักตัวเอง รักสุขภาพ และมี OCEAN CLUB APP

QR Code Application
ดาวน์โหลดเลย
OCEAN CLUB APP

บอกข้อมูลสั้นๆ เกี่ยวกับตัวคุณ
เพื่อค้นหาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม

ฉันต้องการค้นหาเกี่ยวกับ