อายุ 30+ คือช่วงเวลาสำคัญของการวางแผนชีวิต หลาย ๆ คนเริ่มมีอาชีพการงานที่มั่นคงมากขึ้น มีรายได้ประจำ มีเป้าหมายชัดทั้งในเรื่องอนาคตทางการเงิน และสุขภาพ คนทำงานวัย 30+ จึงต้องวางแผนจัดการความเสี่ยงด้วย เพื่อเสริมให้เป้าหมายดังกล่าวมั่นคงยิ่งขึ้น
แล้วจะวางแผนอย่างไรดีให้ครอบคลุม? หลายๆ คนคงมีคำถามนี้ใช่ไหม ?
หนึ่งในทางเลือกที่เหมาะกับวัยนี้คือ “ประกันสะสมทรัพย์ระยะยาว” ควบคู่กับ “ประกันสุขภาพ” เพื่อจัดการทั้ง “เงินก้อนในอนาคต” และ “ป้องกันความเสี่ยงค่ารักษาพยาบาล” ไปพร้อมกัน
บทความนี้จะอธิบายครบทุกมุมที่วัยทำงาน 30+ ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
ประกันสะสมทรัพย์ระยะยาวคืออะไร
ประกันสะสมทรัพย์ระยะยาวคือ ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ระยะยาว ซึ่งเป็นแบบประกันที่ให้ความคุ้มครองชีวิต โดยเมื่อครบกำหนดสัญญาจะได้รับเงินก้อนตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ส่วนใหญ่แล้วมีระยะเวลาความคุ้มครองค่อนข้างยาวนานตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป แต่ระยะเวลาคุ้มครองจะสั้นกว่าประกันชีวิตแบบคุ้มครองตลอดชีพ ที่มักให้ความคุ้มครองจนถึงอายุ 90 หรือ 99 ปี
จุดเด่นสำคัญของประกันสะสมทรัพย์ระยะยาวสำหรับคนอายุ 30+ คือ
- คุ้มครองยาวต่อเนื่องหลายสิบปี
- มีเป้าหมายรับเงินก้อนชัดเจน เช่น รับเงินก้อน ณ ปีกรมธรรม์ที่ 20, รับเงินก้อนเมื่ออายุ 77 ปี เป็นต้น
- สามารถแนบสัญญาเพิ่มเติมได้หลายแบบ เช่น สุขภาพ โรคร้ายแรง อุบัติเหตุ เป็นต้น
- หากต้องตรวจสุขภาพ ก็ตรวจครั้งเดียวตอนทำสัญญา และคุ้มครองยาวโดยไม่ต้องแจ้งผลตรวจสุขภาพใหม่ทุกปี (ตราบใดที่กรมธรรม์ยังมีผลบังคับ)
เหมาะกับคนที่ต้องการออมเงิน*แบบมีวินัย พร้อมมีความคุ้มครองชีวิต
ประกันสุขภาพคืออะไร
ประกันสุขภาพ คือ สัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองสุขภาพ ที่ช่วยคุ้มครองค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล เช่น ค่าห้อง ค่าแพทย์ ค่าผ่าตัด ค่ายา ตามเงื่อนไขกรมธรรม์
ประกันสุขภาพในรูปแบบของสัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองสุขภาพ ไม่สามารถซื้อเดี่ยว ๆ ได้ ต้องขอทำแนบกับสัญญาหลัก เช่น ประกันสะสมทรัพย์ หรือประกันตลอดชีพ ซึ่งแตกต่างจาก “ประกันภัยสุขภาพ” ของบริษัทประกันวินาศภัย ซึ่งมักคุ้มครองแบบปีต่อปี และต้องต่ออายุทุกปี
ข้อดีของการซื้อประกันสุขภาพในรูปแบบสัญญาเพิ่มเติมกับประกันชีวิต คือ
- ความต่อเนื่องของสัญญา
- ความมั่นคงของบริษัทประกันชีวิต
- วางแผนระยะยาวได้ชัดเจนกว่า
ทำไมคนวัยทำงาน 30+ ควรซื้อ “ประกันสะสมทรัพย์ระยะยาว + ประกันสุขภาพ” เป็นแพ็กคู่
หลายคนลังเลระหว่าง “ประกันสะสมทรัพย์ระยะยาว” กับ “ประกันคุ้มครองตลอดชีพ” แม้ทั้งสองแบบจะสามารถขอทำสัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองสุขภาพแนบได้เหมือนกัน แต่สำหรับวัย 30+ มีเป้าหมายทางการเงินชัดเจน เน้นที่การจัดการความเสี่ยงของตนเองเป็นหลัก เพราะหลาย ๆ คนเลือกไม่มีลูก จึงไม่จำเป็นต้องสร้างมรดกให้กับคนรุ่นหลัง ประกันสะสมทรัพย์ระยะยาวอาจตอบโจทย์กว่าเนื่องจากมี กำหนดรับเงินก้อนเร็วกว่า ไม่ต้องรอจนถึงอายุ 90 หรือ 99 ปี
กล่าวโดยสรุปคือ
ประกันสะสมทรัพย์ = วางแผน “เงินอนาคต”
ประกันสุขภาพ = แบ่งเบาภาระ “ค่าใช้จ่ายไม่คาดคิด”
เมื่อรวมกันเป็นแพ็กคู่ จึงช่วยให้วัย 30+ เดินหน้าได้อย่างมั่นใจ ทั้งด้านการเงินและสุขภาพ
แนะนำแพ็กคู่จาก OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต
สำหรับคนวัยทำงานที่กำลังมองหาแพ็กคู่ที่ลงตัว สามารถพิจารณา
- โอเชี่ยนไลฟ์ เลิฟ โพรเทค 77/17
แบบประกันสะสมทรัพย์ระยะยาวที่ให้ความคุ้มครองชีวิต พร้อมรับเงินครบกำหนดสัญญาเมื่อผู้เอาประกันภัยอายุได้ 77 ปี เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสร้างวินัยการออมควบคู่ความคุ้มครองชีวิต อีกทั้งยังมีเงินค่าชดเชยการนอนโรงพยาบาล ตลอดอายุสัญญา*
- โอเชี่ยนไลฟ์ เอ็นจอย เฮลท์ เอ็กซ์ตร้า
สัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพที่ช่วยดูแลค่ารักษาพยาบาลแบบเหมาจ่าย ทั้งกรณีผู้ป่วยในและความคุ้มครองอื่น ๆ ตามแผนที่เลือก ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเมื่อต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล
การเลือกประกันสะสมทรัพย์ระยะยาวควบคู่กับประกันสุขภาพ คือการวางรากฐานชีวิตให้มั่นคงทั้งด้านการเงินและสุขภาพ เพื่อให้คุณใช้ชีวิตวัยทำงานได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ข้อควรทราบ :
*สูงสุดไม่เกิน 7 วัน ต่อรอบปีกรมธรรม์
*การออมเงินในรูปแบบประกันชีวิต
- โอเชี่ยนไลฟ์ เอ็นชัวร์ เฮลท์ เป็นชื่อทางการตลาดของ สัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองสุขภาพ (H&S)
- โอเชี่ยนไลฟ์ เอ็นจอย เฮลท์ เอ็กซ์ตร้า เป็นชื่อทางการตลาดของสัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองสุขภาพเอ็นจอย เฮลท์ เอ็กซ์ตร้า (Enjoy Health Extra)
- การรับประกันภัยเป็นไปตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด
- ความคุ้มครองและการจ่ายผลประโยชน์ต่าง ๆ เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์
- การนำส่งเบี้ยประกันภัยเป็นหน้าที่ของผู้เอาประกันภัย การที่ที่ปรึกษาประกันชีวิต (ตัวแทนประกันชีวิต) มาเก็บเบี้ยประกันภัยเป็นการให้บริการเท่านั้น
- เบี้ยประกันชีวิต/เบี้ยประกันสุขภาพ สามารถนำไปอ้างอิงลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด
- ผู้เอาประกันภัยที่ประสงค์จะนำเบี้ยประกันชีวิต/เบี้ยประกันสุขภาพ ไปอ้างอิงลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ต้องแจ้งความประสงค์และยินยอมให้บริษัทฯ นำส่งข้อมูลเบี้ยประกันชีวิต ให้กรมสรรพากร
- ข้อมูลในเอกสารนี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นของผลิตภัณฑ์ประกันภัย ผู้ขอเอาประกันภัย/ผู้เอาประกันภัยควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม และทำความเข้าใจในรายละเอียดเงื่อนไขความคุ้มครอง ผลประโยชน์และข้อยกเว้น ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง เมื่อได้รับกรมธรรม์ประกันภัยแล้วโปรดศึกษาเพิ่มเติม
- สัญญาเพิ่มเติม/บันทึกสลักหลังมีระยะเวลาเอาประกันภัย 1 ปี ผู้เอาประกันภัยอาจขอต่ออายุสัญญาเพิ่มเติม/บันทึกสลักหลังได้ ภายใต้เงื่อนไขสัญญาเพิ่มเติม ทั้งนี้ สำหรับปีต่ออายุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงเบี้ยประกันภัย หรือให้ผู้เอาประกันภัยมีค่าใช้จ่ายร่วม (Copayment) ขึ้นอยู่กับอายุ ชั้นอาชีพ ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่สูงขึ้น หรือจากประสบการณ์การจ่ายค่าสินไหมทดแทน ตามเงื่อนไข และหลักเกณฑ์ของบริษัท
- ค่าใช้จ่ายร่วม (Copayment) หมายถึง ความรับผิดระหว่างบริษัทประกันภัยและผู้เอาประกันภัยที่ต้องร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล อันจะพึงจ่ายตามจำนวนเงินผลประโยชน์ภายหลังหักจำนวนความรับผิดส่วนแรก (ถ้ามี)