
ในชีวิตประจำวันที่เรามักจะเห็นกิจกรรมชิงโชคผ่านตาอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการส่งรหัสใต้ฝา สุ่มเบอร์โทรศัพท์ หรือการเล่นเกมชิงรางวัลต่าง ๆ หลายคนอาจเผลอคิดว่าหากวันหนึ่งโชคดีเป็นผู้ชนะขึ้นมา เราคงจะได้รับเงินรางวัลนั้นแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย 100% แต่ในความเป็นจริงแล้ว คำว่า "โชคใหญ่" มักมาพร้อมกับ "หน้าที่ทางภาษี" เสมอ เพราะผู้ได้รับรางวัลไม่ใช่แค่ฝ่ายที่ได้เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีสิ่งที่ต้อง "จ่าย" ออกไปด้วย นั่นคือการถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย พร้อมภาระผูกพันที่ต้องนำไปคำนวณภาษีประจำปีต่อไปอีกด้วย
ใครชอบสรุปสั้น ๆ อ่านทางนี้ :
เงินรางวัลจากการชิงโชคทุกประเภทถือเป็นรายได้ตามมาตรา 40(8) ที่จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายทันที 5% ของมูลค่ารางวัล และ ยังไม่ถือเป็นที่สิ้นสุด เพราะผู้ได้รับรางวัลต้องนำมูลค่ารางวัลทั้งหมดไปรวมยื่นภาษีประจำปี (ภ.ง.ด. 90) ด้วยตนเองเสมอ โดยหากได้รับรางวัลช่วงม.ค. - มิ.ย. ต้องยื่นภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด. 94) ในเดือน ก.ย. ก่อน แล้วค่อยนำไปหักเป็นเครดิตภาษีตอนยื่นปลายปี หากละเลยไม่ยื่นตามกำหนด จะต้องเจอทั้งค่าปรับและเงินเพิ่มอีก 1.5% ต่อเดือน ซึ่งแตกต่างจากการถูกล็อตเตอรี่(สลากกินแบ่งรัฐบาล) ที่การเสียภาษีจะจบลงในการรับรางวัล ไม่ต้องนำไปยื่นภาษีประจำปี
หลักเกณฑ์การเสียภาษี เมื่อได้รางวัลจากการชิงโชค
1. ถือเป็นเงินได้ประเภทที่ 8: รางวัลที่รับจากการประกวดชิงโชคหรือแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นเงินสดหรือทรัพย์สิน ถือเป็นเงินได้ประเภทหนึ่ง ตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร
2. ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 5%: ผู้รับรางวัลจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 5% ของมูลค่ารางวัล เช่น ได้รับเงินรางวัล 1 ล้านบาท ต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 5% เป็นเงิน 50,000 บาท
3. ต้องนำไปรวมยื่นภาษีประจำปี: การถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย เป็นการชำระภาษีล่วงหน้าเพียงบางส่วน แต่การชำระภาษียังไม่เสร็จสิ้น ผู้รับรางวัลยังต้องนำมูลค่ารางวัลไปรวมกับรายได้อื่น ๆ ที่ได้มาระหว่างปี (ถ้ามี) โดยยื่นแบบเสียภาษี ดังนี้
- หากได้รับรางวัลระหว่างเดือนม.ค. - มิ.ย. ให้ยื่นแบบฯ ภ.ง.ด 94 ภายในเดือนก.ย. ของปีนั้น ๆ และต้องยื่นแบบฯ ภ.ง.ด. 90 ภายในเดือนมี.ค. ของปีถัดไป (หรือภายใน 8 เม.ย.หากเป็นการยื่นแบบฯ ออนไลน์ ทั้งนี้ ให้อ้างอิงวันสิ้นสุดการยื่นแบบฯ ออนไลน์ตามที่กรมสรรพากรกำหนด) โดยสามารถนำภาษีที่ชำระไว้ตามแบบภ.ง.ด. 94 มาเป็นเครดิตภาษีเพื่อหักออกจากจำนวนที่ต้องชำระตามแบบภ.ง.ด. 90 ได้ ตามมาตรา 3 เตรส และมาตรา 60 แห่งประมวลรัษฎากร
เครดิตภาษีในบริบทนี้ คือ เงินภาษีที่ผู้มีเงินได้ได้จ่ายล่วงหน้าไปแล้ว โดยสามารถนำจำนวนเงินภาษีนั้นมาหักออกจากการคำนวณภาษีในตอนสิ้นปีได้
- หากได้รับรางวัลระหว่างเดือนก.ค. - ธ.ค. ต้องยื่นแบบฯ ภ.ง.ด. 90 ภายในเดือนมี.ค. ของปีถัดไป (หรือภายใน 8 เม.ย.หากเป็นการยื่นแบบฯ ออนไลน์ ทั้งนี้ ให้อ้างอิงวันสิ้นสุดการยื่นแบบฯ ออนไลน์ตามที่กรมสรรพากรกำหนด)
4. บทลงโทษ: หากไม่ยื่นแบบฯ ภายในเวลาที่กำหนด นอกจากต้องชำระภาษี และเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนแล้ว ยังต้องเสียค่าปรับกรณีไม่ยื่นแบบฯ อีกด้วย
ตัวอย่าง แบบไหนบ้างที่เรียกว่าเป็นรางวัลจากการชิงโชค
- ส่งรหัสใต้ฝาเพื่อชิงทองคำ
- ส่งไปรษณีย์ทายผลการแข่งขันฟุตบอลโลก
- แข่งขันตอบคำถามร่วมสนุกเพื่อชิงรางวัล
- สุ่มจับรางวัลตั๋วเครื่องบินแบบ Lucky Draw
- สุ่มรับแพ็กเกจท่องเที่ยวจากเบอร์โทรศัพท์
- ประกวดภาพถ่ายชิงเงินรางวัล
เปรียบเทียบชัด ๆ ภาษีรางวัลชิงโชค vs ภาษีถูกล็อตเตอรี่
หลายคนมักสับสนระหว่าง "เงินรางวัลชิงโชค" กับ "เงินรางวัลจากการถูกสลากกินแบ่งรัฐบาล (ล็อตเตอรี่)" เพราะคิดว่าเป็นโชคลาภเหมือนกัน แต่ในทางภาษีแล้ว ทั้งสองประเภทนี้มีหลักเกณฑ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนี้:
- การถูกล็อตเตอรี่ (สลากกินแบ่งรัฐบาล): ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 42(11) แห่งประมวลรัษฎากร ผู้ถูกรางวัลจะถูกหักเพียง อากรแสตมป์ 0.5% ของมูลค่าเงินรางวัล ณ ตอนขึ้นเงินรางวัล และ ไม่ต้องนำเงินรางวัลนี้ไปรวมยื่นภาษีประจำปี (ภ.ง.ด. 90/91) อีกเลย แต่สำหรับสลากการกุศล (สลากชุดพิเศษ) ผู้ถูกรางวัลต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 1% ของมูลค่าเงินรางวัล โดยไม่ต้องเสียอากรแสตมป์เพิ่มเติม และไม่ต้องนำเงินรางวัลนี้ไปรวมยื่นภาษีประจำปีเช่นกัน
- การได้รางวัลชิงโชค: ต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 5% และ ต้องนำมูลค่ารางวัลทั้งหมดไปรวมคำนวณภาษีประจำปี ร่วมกับเงินเดือนหรือรายได้อื่นตามอัตราภาษีแบบก้าวหน้า (5% - 35%) ซึ่งหากคุณมีฐานรายได้สูงอยู่แล้ว อาจทำให้ต้องจ่ายภาษีเพิ่มอีกมากตอนสิ้นปี
| หัวข้อเปรียบเทียบ | รางวัลจากการชิงโชค / แข่งขัน / ประกวด |
เงินรางวัลจากล็อตเตอรี่ (สลากกินแบ่งรัฐบาล) |
| ประเภทเงินได้ทางภาษี | เงินได้ประเภทที่ 8 (มาตรา 40(8)) | ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา |
| การหัก ณ วันที่รับเงิน | ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 5% | ถูกหักอากรแสตมป์ 0.5% (1% สำหรับสลากการกุศล) |
| การยื่นภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด. 94) |
ต้องยื่น (หากได้รางวัลช่วง ม.ค. - มิ.ย.) | ไม่ต้องยื่น |
| การยื่นภาษีประจำปี (ภ.ง.ด. 90) | ต้องนำไปรวมยื่น คำนวณตามอัตราก้าวหน้า | ไม่ต้องนำไปรวมยื่น (ภาษีจบ ณ วันขึ้นเงิน) |
การเป็นผู้โชคดีได้รับรางวัลใหญ่ถือเป็นเรื่องน่ายินดี แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่ลืมไม่ได้เลยคือการวางแผนภาษีอย่างถูกต้อง เพราะเงินรางวัลชิงโชคไม่ได้จบแค่การโดนหัก 5% ณ วันที่รับรางวัล ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของเงินสดหรือสินทรัพย์ก็ตาม แต่ยังถือเป็นรายได้ที่ต้องนำไปยื่นแบบฯ เพื่อเสียภาษีอีกด้วย ดังนั้น อย่าลืมขอเอกสารหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) เอาไว้แล้วเตรียมพร้อมยื่นแบบฯ ให้ถูกต้องตามระยะเวลาที่กรมสรรพากรกำหนด
อ้างอิง :
https://www.facebook.com/TheRevenueDepartment/
https://www.rd.go.th/23279.html
https://www.facebook.com/TheGovernmentLotteryOffice/