การเปิดเผยข้อมูลบริษัทรายปี | ไทยสมุทรประกันชีวิต
  • ติดต่อเรา
  • บริการลูกค้า
  • บริการของเรา
  • แบบประกันของเรา
  • รู้จักเรา
ตัวช่วยออนไลน์
สะดวก และรวดเร็วมากขึ้น
ด้วยบริการ OceanLife iService
ตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ ชำระเบี้ย
ได้ทันทีด้วยระบบออนไลน์

แบบประกันของเรา
Ocean Life ไทยสมุทรประกันชีวิต
ช่วยให้คุณมั่นใจได้ทำในสิ่งที่รัก
ด้วยแบบประกันชีวิตหลากหลายรูปแบบ

รู้จักเรา
Ocean Life ไทยสมุทรประกันชีวิต
พร้อมสนับสนุนช่วยคุณดูแลคนที่รัก
เราเชื่อว่า "รักคือพลังของชีวิต"

ไทยสมุทรประกันชีวิต

ยินดีช่วยคุณค้นหาข้อมูล

การเปิดเผยข้อมูลบริษัทรายปี

1. ประวัติบริษัท นโยบาย วัตถุประสงค์ และกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ ลักษณะการประกอบธุรกิจ รายละเอียด ลักษณะผลิตภัณฑ์และบริการที่สำคัญ ช่องทางการติดต่อของบริษัท วิธีการและระยะเวลาที่ใช้เรียกร้อง พิจารณาและการชดใช้เงินตามสัญญาประกันชีวิต

1.1 ประวัติบริษัท

      บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2492  โดยคุณชิน อัสสกุล และคณะ ตลอดระยะเวลากว่า  69 ปี บริษัทยึดมั่นหลักการดำเนินธุรกิจแบบโปร่งใสด้วยความซื่อสัตย์เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทำให้บริษัทได้รับความไว้วางใจจากผู้เกี่ยวข้องตลอดมา รายละเอียดเพิ่มเติม

1.2 นโยบาย วัตถุประสงค์ และกลยุทธ์ในการดําเนินธุรกิจ

      บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) มีการกำหนด วิสัยทัศน์ พันธกิจและนโยบายต่างๆ ในการดำเนินงานอย่างชัดเจน  มุ่งเน้นที่จะสร้างหลักประกันและให้ความมั่นคงแก่ลูกค้าผ่านทางผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท โดยการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง 
รายละเอียดเพิ่มเติม

     ในปี พ.ศ. 2560 บริษัทมีการเปลี่ยนแปลงองค์กรครั้งสำคัญ โดยการรุกเข้าสู่สังคมเมืองพร้อมการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ครั้งใหญ่  สู่การขับเคลื่อนธุรกิจโดยใช้พลังความรักสร้างสรรค์ความสุข และมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับชีวิต ภายใต้แนวคิด “รักคือพลังของชีวิต – LOVE EMPOWERS YOUR LIFE” พร้อมเดินหน้าคิดค้นและลงมือสร้างนวัตกรรมในรูปแบบของผลิตภัณฑ์และบริการที่ก่อให้เกิดประสบการณ์ที่ดีสำหรับลูกค้า และมีกลยุทธ์และการดำเนินงานดังนี้ รายละเอียดเพิ่มเติม

1.3 ลักษณะการประกอบธุรกิจ

      บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจประกันชีวิตโดยการนำเงินที่ได้จากการรับประกันภัยไปลงทุนเพื่อแสวงหาผลตอบแทนที่เหมาะสมภายใต้การบริหารความเสี่ยงในระดับที่เหมาะสมและยอมรับได้ โดยส่วนใหญ่จะลงทุนในสินทรัพย์ประเภทพันธบัตรและตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงต่ำ ส่วนที่เหลือบริษัทจะนำไปลงทุนในธุรกิจที่บริษัทมีความรู้และความชำนาญเท่านั้น อาทิ ลงทุนในหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหรือกองทุนรวมทั้งในประเทศและต่างประเทศ การให้สินเชื่อเงินกู้ที่มีอสังหาริมทรัพย์จำนองเป็นประกัน รวมถึงการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โดยมีรายละเอียดดังนี้ รายละเอียดเพิ่มเติม

1.4 รายละเอียดลักษณะผลิตภัณฑ์ บริการที่สําคัญของบริษัท และสัดส่วนร้อยละของเบี้ยประกันภัยแยกตามประเภทของการรับประกันภัย

       บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) มีการให้บริการต่อลูกค้าครบวงจรทั้งในด้านกรมธรรม์ประกันภัยประเภทสามัญ กรมธรรม์ประกันภัยประเภทอุตสาหกรรม กรมธรรม์ประกันภัยประเภทอุบัติเหตุส่วนบุคคล และกรมธรรม์ประกันภัยประเภทกลุ่ม รวมถึงสัญญาเพิ่มเติมกรมธรรม์ ได้แก่ การคุ้มครองสุขภาพ การคุ้มครองอุบัติเหตุ การคุ้มครองโรคมะเร็ง ค่าชดเชยรายได้เนื่องจากการเจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุ การคุ้มครองการทุพพลภาพ การคุ้มครองผู้ชำระเบี้ยประกันภัย เป็นต้น โดยมีสำนักงานสาขาพร้อมให้บริการแก่ลูกค้ากระจายอยู่ทั่วประเทศ 171 สาขา และมีสำนักงานตัวแทนประกันชีวิต 40 แห่ง ในด้านช่องทางการขายกรมธรรม์ให้แก่ลูกค้าในต่างจังหวัดและกรุงเทพฯ บริษัทมีช่องทางการขายผ่านตัวแทนประกันชีวิตเป็นช่องทางหลัก และได้ขยายช่องทางใหม่ ได้แก่ ช่องทางสถาบันการเงิน และช่องทาง Internet Sale รายละเอียดเพิ่มเติม

1.5 ช่องทางการติดต่อบริษัท และวิธีการเรียกร้องการชดใช้เงินตามสัญญาประกันชีวิต

       เพื่อให้ลูกค้าสามารถติดต่อกับบริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้อย่างรวดเร็ว บริษัทมีการกำหนดช่องทางในการติดต่อกับบริษัทไว้หลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อผ่านศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2207-8888 ติดต่อโดยตรงที่สำนักงานสาขาทั่วประเทศทั้ง 171 สาขา หรือสำนักงานตัวแทนประกันชีวิต รายละเอียดเพิ่มเติม

       ในการขอรับการชดใช้เงินตามสัญญาประกันชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการรับเงินผลประโยชน์ (เงินทรงชีพ เงินสมนาคุณ) เงินครบกำหนดสัญญา เงินค่าสินไหม ลูกค้าสามารถติดต่อรับบริการได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ ชั้น G อาคารโอเชี่ยนทาวเวอร์ 1 
ถนนรัชดาภิเษก แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ หมายเลขโทรศัพท์ 0-2207-8888 หรือสำนักงานสาขาทั้ง 171 สาขาทั่วประเทศ ทั้งนี้ระยะเวลาและเอกสารประกอบการดำเนินการ เป็นไปตามที่บริษัทกำหนด  รายละเอียดเพิ่มเติม

2. กรอบการกํากับดูแลกิจการที่ดี และกระบวนการควบคุมภายในของบริษัท รวมถึงรายละเอียดในการดําเนินการตามกรอบและกระบวนการดังกล่าว

2.1 กรอบการกํากับดูแลกิจการที่ดี และกระบวนการควบคุมภายในของบริษัท

  บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ตระหนักดีว่าบริษัททำหน้าที่ให้ความคุ้มครองแก่ชีวิตและสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับผู้ถือกรมธรรม์และผู้รับผลประโยชน์ของผู้ถือกรมธรรม์ บริษัทจึงมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจโดยยึดมั่นในจริยธรรมและหลักบรรษัทภิบาลอย่างเคร่งครัด บริหารจัดการด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและเป็นธรรมภายใต้กฎเกณฑ์ของหน่วยงานราชการ มีการกำหนดขอบเขต ความรับผิดชอบ และการควบคุมภายในของแต่ละฝ่ายงานอย่างเหมาะสม พัฒนาให้มีระบบการกำกับดูแลกิจการที่ดีให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลของธุรกิจประกันชีวิต ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินธุรกิจมีความโปร่งใส เปิดเผย และตรวจสอบได้

   บริษัทให้ความสำคัญกับการมีระบบการควบคุมภายในที่ดี เพื่อสร้างความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผลว่า การดำเนินงานของบริษัทมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล มีการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีการดูแลทรัพย์สิน ป้องกันการรั่วไหล การสิ้นเปลือง หรือการทุจริต ลดความผิดพลาดเสียหาย และข้อมูลที่นำมาใช้ในการบริหารมีความถูกต้อง เชื่อถือได้  และทันเวลา การปฏิบัติงานเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับของทางการ และยึดมั่นในจรรยาบรรณทางธุรกิจ บริษัทจึงได้ออกนโยบายการควบคุมภายในเพื่อเป็นกรอบการดำเนินงานการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการควบคุมภายใน ดังนี้

นโยบายการควบคุมภายใน

2.2 โครงสร้างองค์กรของบริษัท

     บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) มีการกำหนดโครงสร้างองค์กรของบริษัทอย่างชัดเจนตามหลักการถ่วงดุลอำนาจ มีการแบ่งแยกอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละฝ่ายงาน

2.3 โครงสร้างการจัดการของบริษัท

      บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) มีการกำหนดโครงสร้างคณะกรรมการ องค์ประกอบ และจำนวนกรรมการที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงลักษณะ ขนาดของกิจการ ความสามารถของกรรมการในการทำงานร่วมกันอย่างเหมาะสม รวมถึงการจัดให้มีการถ่วงดุลอำนาจระหว่างกัน โดยคณะกรรมการมีบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบโดยสังเขป คือ มีอํานาจหน้าที่และความรับผิดชอบในการดําเนินกิจการของบริษัท กํากับดูแลการกําหนดนโยบาย ดูแลให้มีกระบวนการบริหารจัดการที่เหมาะสม และมีระบบการติดตามตรวจสอบ
ให้ปฏิบัติตามนโยบายที่กําหนดภายใต้มติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามขอบเขตของกฎหมาย ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ระมัดระวัง รอบคอบ และหลีกเลี่ยงปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของบริษัทและผู้มีส่วนได้เสีย

       คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยผู้ที่มีความรู้ความชำนาญในธุรกิจประกันชีวิต และความรู้ความชำนาญในแขนงอื่นๆ รวมทั้งสิ้นจำนวน 10 ท่าน รายละเอียดเพิ่มเติม

     นอกจากคณะกรรมการบริษัทแล้ว บริษัทมีการกำหนดให้ผู้บริหารรับผิดชอบตามกลยุทธ์และนโยบายที่คณะกรรมการบริษัทกำหนด เพื่อให้บริษัทบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจของบริษัท และมีบทบาทหน้าที่ครอบคลุมการส่งเสริม สนับสนุนและดำเนินการให้บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้อย่างถูกต้อง มีการบริหารจัดการความเสี่ยง มีระบบการควบคุมภายในอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ผู้บริหารของบริษัทเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในธุรกิจประกันชีวิต  รายละเอียดเพิ่มเติม

2.4 คณะกรรมการชุดย่อย

      นอกจากบริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) จะมีการกำหนดโครงสร้างคณะกรรมการบริษัทแล้ว เพื่อให้การดำเนินการของบริษัทเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทจึงมีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อยเพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลและกลั่นกรองเรื่องที่สำคัญ โดยคณะกรรมการชุดย่อยของบริษัทประกอบด้วย

       คณะกรรมการกํากับและตรวจสอบ มีบทบาทหน้าที่ครอบคลุมการสอบทานการดําเนินงานของบริษัทในการปฏิบัติตามหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง สอบทานการดําเนินงานของบริษัทให้เป็นไปตามหลักการกํากับดูแลกิจการที่ดี สอบทานรายงานทางการเงิน สอบทานงบการเงินรายไตรมาสและงบการเงินประจําปี สอบทานประสิทธิผลของการตรวจสอบภายในและความพอเพียงของระบบการควบคุมภายใน โดยการหารือและประเมินผลการปฏิบัติงานร่วมกับผู้ตรวจสอบภายในและผู้สอบบัญชีของบริษัท และสอบทานการบริหารความเสี่ยง ทั้งนี้คณะกรรมการกํากับและตรวจสอบมีรายชื่อดังนี้

       1. นางดัยนา บุนนาค                     ประธาน

       2. รศ.จารุพร ไวยนันท์                   กรรมการ

       3. นางวัลลภา อัสสกุล                   กรรมการ

     คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง มีบทบาทหน้าที่ครอบคลุมการกำหนดกรอบและนโยบายการบริหารความเสี่ยงให้เป็นไปตามนโยบายที่คณะกรรมการบริษัทกำหนด ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขทบทวนกรอบและนโยบายการบริหารความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยให้ครอบคลุมและรองรับกฎหมาย ประกาศ คำสั่ง และมาตรฐานใหม่ๆ ของภาครัฐ กำกับดูแลให้มีกระบวนการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพผ่านทางเครื่องมือการบริหารความเสี่ยงโดยให้เป็นไปตามระดับความเสี่ยงที่บริษัทยอมรับได้ ติดตามประเมินผลและรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทเกี่ยวกับความเสี่ยงของบริษัทและวิธีจัดการความเสี่ยง ตลอดจนความคืบหน้าในการบริหารความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ กลั่นกรองรายงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารความเสี่ยงตามที่กฎหมายกำหนดและรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท ทั้งนี้คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงมีรายชื่อดังนี้

       1. นายกีรติ อัสสกุล                     ประธาน

       2. ดร.ธีระบูลย์ อินทรกำธรชัย            กรรมการ

       3. นายฮิเดะยุคิ โอฮาชิ                    กรรมการ

       4. นางนุสรา บัญญัติปิยพจน์             กรรมการ

       5. นางสาววิไลพร สุวรรณมาลัย          กรรมการ

      คณะกรรมการลงทุน มีบทบาทหน้าที่ครอบคลุมการพิจารณาอนุมัติแผนการลงทุนและการประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทที่สอดคล้องกับกรอบนโยบายการลงทุน กำกับดูแลการลงทุนและการประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทให้เป็นไปตามกรอบนโยบายการลงทุน กำกับดูแลในเรื่องธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่เกี่ยวกับธุรกรรมการลงทุนและการประกอบธุรกิจอื่นของบริษัท และบริหารเงินลงทุนตามกรอบนโยบายการลงทุนที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท ทั้งนี้คณะกรรมการลงทุนมีรายชื่อดังนี้

       1. นางนุสรา บัญญัติปิยพจน์             ประธาน

       2. ดร.ธีระบูลย์ อินทรกำธรชัย            กรรมการ

       3. นางสาวสุวรรณ อุดมเฉลิมเดช         กรรมการ

       4. นายอรุณพร ตันวิวัฒนกุล            กรรมการ

       5. นางศิริจันทร์ พิพิทวิทยากุล           กรรมการ

       6. นางสาวเสาวลักษณ์ ปริญชาญกล     กรรมการ

   คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน มีบทบาทหน้าที่ครอบคลุมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน กำหนดแนวทางพัฒนาและติดตามประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการบริษัท กรรมการผู้จัดการ และผู้สืบทอดตําแหน่งกรรมการผู้จัดการ เพื่อให้การบริหารของบริษัทมีความต่อเนื่อง มั่นคง และยั่งยืน ทั้งนี้คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนมีรายชื่อดังนี้

       1. ดร.ธีระบูลย์ อินทรกำธรชัย            ประธาน

       2. นายกีรติ อัสสกุล                     กรรมการ

       3. นายสมาน ทิพยไกรศร                 กรรมการ

       4. รศ.จารุพร ไวยนันท์                   กรรมการ

       5. นายอภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา            กรรมการ

       คณะกรรมการอสังหาริมทรัพย์ มีบทบาทหน้าที่ครอบคลุมการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับการถือครองอสังหาริมทรัพย์ การจำหน่าย การซื้อ หรือการมีไว้ซึ่งอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงการได้มาหรือเสียไปของอสังหาริมทรัพย์ และนโยบายการลงทุนประกอบธุรกิจอื่นด้านการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้เงื่อนไขและข้อจำกัดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การพิจารณาอนุมัติการซื้อการขาย รวมถึงการลงทุนประกอบธุรกิจอื่นด้านการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ตามอำนาจที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท ทั้งนี้คณะกรรมการอสังหาริมทรัพย์ มีรายชื่อดังนี้

       1. นางนุสรา บัญญัติปิยพจน์            ประธาน

       2. นายสุรพล อัสสกุล                   กรรมการ

       3. นายประจักษ์ ทิพยุทธ์                 กรรมการ

       4. นางสาวสุวรรณ อุดมเฉลิมเดช         กรรมการ

       5. นางสาวอัคริมา พงศ์พัฒนพาณิชย์    กรรมการ

2.5 การสรรหาและการแต่งตั้งกรรมการ กรรมการอิสระ และผู้บริหาร

    การสรรหาบุคคลเข้าดำรงตำแหน่ง บริษัทมีการกำหนดคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท กรรมการผู้จัดการ และผู้สืบทอดตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ โดยพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ประวัติการทำงานที่ดี มีภาวะผู้นำ มีวิสัยทัศน์กว้างไกล รวมทั้งมีคุณธรรม จริยธรรม ตลอดจนมีทัศนคติที่ดีต่อองค์กร สามารถอุทิศเวลาให้บริษัทได้อย่างเพียงพอ อันเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของบริษัท นอกจากนี้ยังคำนึงถึงคุณสมบัติที่เหมาะสม และความชำนาญเฉพาะด้านที่จำเป็นให้สอดคล้องกับโครงสร้างและองค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัท ตลอดจนสอดคล้องกับข้อกำหนดของทางการ โดยมีกระบวนการสรรหาที่โปร่งใสสามารถตรวจสอบได้

2.6 นโยบายการจ่ายค่าตอบแทน (Remuneration policy)

      การกำหนดค่าตอบแทนของกรรมการและผู้บริหารของบริษัท บริษัทมีการกำหนดนโยบาย หลักเกณฑ์การพิจารณา และกระบวนการที่ชัดเจนโปร่งใส โดยคำนึงถึงความเหมาะสมกับภาระหน้าที่ความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมาย ผลการปฏิบัติหน้าที่ ผลประกอบการบริษัท และมีการเทียบเคียงกับภาคธุรกิจในอุตสาหกรรม เพื่อให้มั่นใจได้ว่าค่าตอบแทนที่บริษัทกำหนดสอดคล้องกับการปฏิบัติงาน

3. การบริหารความเสี่ยงขององค์กร (Enterprise Risk Management : ERM) และการบริหารสินทรัพย์และหนี้สิน (Asset Liability Management : ALM)

3.1 การบริหารความเสี่ยงขององค์กร (Enterprise Risk Management : ERM)

      บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) มีการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ เข้มแข็ง และเป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำในการบริหารความเสี่ยงของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) โดยนโยบายการบริหารความเสี่ยงของบริษัทที่สำคัญได้แก่ การกำหนดให้การบริหารความเสี่ยงเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของพนักงานทุกคนในบริษัทที่จะต้องช่วยกันบริหารจัดการความเสี่ยง และการที่ผู้บริหารมีส่วนร่วมในกระบวนการบริหารความเสี่ยงตั้งแต่การวิเคราะห์ การระบุความเสี่ยง การประเมินความเสี่ยง และการกำหนดมาตรการที่ใช้ในการลดความเสี่ยง และกำกับดูแลให้พนักงานปฏิบัติตามกรอบและนโยบายบริหารความเสี่ยงของบริษัท ตลอดจนบริษัทมีการส่งเสริมและพัฒนาพนักงานและผู้บริหารเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในหลักการแนวคิดและกระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยงเพื่อที่จะบริหารจัดการความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่บริษัทยอมรับได้

      บริษัทมีแนวทางในการบริหารจัดการความเสี่ยงโดยมีการวิเคราะห์และประเมินปัจจัยต่างๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ รวมถึงข้อบังคับใหม่ๆ และจัดทำแผนกลยุทธ์เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนมีการกำหนดกรอบและนโยบาย การบริหารความเสี่ยงโดยครอบคลุมความเสี่ยงที่สำคัญ เช่น ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ (Strategic risk) ความเสี่ยงด้านตลาด (Market risk) ความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit risk) และความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ (Operational risk) ตลอดจนมีการบริหารจัดการความเสี่ยงเพื่อลดความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่บริษัทยอมรับได้

       นอกจากนี้บริษัทมีการกำหนดโครงสร้างการบริหารความเสี่ยง บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการต่างๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และกระบวนการบริหารความเสี่ยง ได้แก่ การระบุ ประเมิน ตอบสนอง ติดตาม และรายงานความเสี่ยง ในส่วนของความเสี่ยงที่มีความสำคัญบริษัทมีการกำหนดดัชนีชี้วัดความเสี่ยง (Key Risk Indicator) เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของระดับความเสี่ยง

3.2 การบริหารสินทรัพย์และหนี้สิน (Asset Liability Management : ALM)

       บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) มีการบริหารสินทรัพย์ให้เป็นไปตามกรอบนโยบายการลงทุนและแผนการลงทุน รวมถึงมีการบริหารจัดการดูแลในเรื่องผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดอย่างใกล้ชิด โดยจัดทำ Sensitivity Analysis และ Liquidity Stress Test นอกจากนี้บริษัทมีการติดตาม Duration Gap เพื่อให้การบริหารจัดการสินทรัพย์และหนี้สินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทมีเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามกฎหมายเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันและอนาคต

4. ความเสี่ยงจากการรับประกันภัยที่สามารถคาดการณ์ได้และมีนัยสําคัญอันอาจมีผลกระทบต่อฐานะการเงินของบริษัท การบริหารจัดการประกันภัยต่อ ความเชื่อมโยงของเงินกองทุนและความเสี่ยงภัย และการกระจุกตัวของภัย

       บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารความเสี่ยงซึ่งรวมถึงการคาดการณ์ความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น บริษัทจึงได้มีการกำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยงครอบคลุมถึงความเสี่ยงด้านการประกันภัย (Insurance Risk) ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่เกิดจากการผันผวนของความถี่ ความรุนแรงที่เบี่ยงเบนจากสมมติฐานที่ใช้ในการกำหนดเบี้ยประกันภัย การคำนวณเงินสำรองและการพิจารณารับประกันภัย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อฐานะการเงิน รายได้ เงินกองทุน และชื่อเสียงของบริษัท โดยบริษัทมีการกำหนดแนวทางในการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ครอบคลุมเรื่องต่างๆ เช่น มีการกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยให้เหมาะสมโดยการพิจารณาถึงผลกระทบต่อเงินกองทุน ระดับความเสี่ยงที่บริษัทยอมรับได้ มีการทดสอบผลกระทบต่อความเพียงพอของเงินกองทุนตามเกณฑ์ RBC อย่างสม่ำเสมอ มีการติดตามการคำนวณเงินสำรองเพื่อให้ถูกต้องและเพียงพอต่อภาระที่บริษัทพึงมีต่อผู้ถือกรมธรรม์ ทั้งนี้บริษัทมีการกำหนดมาตรการในการทบทวนความเสี่ยงและแนวทางในการบริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นเป็นประจำ โดยพิจารณาจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอก

      บริษัทมีการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการประกันภัยต่อโดยมีการจัดทำกลยุทธ์การบริหารการประกันภัยต่อ เนื่องจากการประกันภัยต่อเป็นเครื่องมือที่สำคัญอย่างหนึ่งในการบริหารความเสี่ยงที่บริษัทใช้ เพื่อกระจายความเสี่ยงไปสู่ฐานเงินทุนที่ใหญ่และมั่นคง ซึ่งช่วยในการบริหารและควบคุมการประกันภัยต่อให้เหมาะสมกับลักษณะความเสี่ยงของบริษัท ก่อให้เกิดความมั่นคงและสภาพคล่องทางการเงิน และเพิ่มความสามารถในการรับประกันภัย ทั้งนี้บริษัทยังคงมีภาระความรับผิดชอบหลักของบริษัทประกันภัยต่อที่มีต่อผู้เอาประกันภัย โดยในเนื้อหากลยุทธ์ดังกล่าวได้อธิบายถึงกระบวนการสำคัญ อันประกอบด้วย

    • นโยบายการประกันภัยต่อและการบริหารความเสี่ยงด้านประกันภัยต่อของบริษัท

    • กระบวนการคัดเลือกผู้รับประกันภัยต่อ

    • การกำหนดส่วนเก็บไว้สูงสุด (Maximum Retention Limit) ส่วนเอาประกันภัยต่อ

    • กระบวนการติดตามผลตรวจสอบและการทบทวนการทำประกันภัยต่อ

    • รวมถึงบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการดำเนินการควบคุมและให้มีการปฏิบัติตามกลยุทธ์ซึ่งเป็นส่วนสำคัญยิ่งในการสนับสนุนให้บริษัทมีแนวทางการบริหารความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจงานประกันภัยต่อในอนาคตต่อไป

      นอกจากนี้ บริษัทยังมีการกำหนดหลักเกณฑ์ในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการประกันภัยต่อ โดยมีการกําหนดขีดจํากัดความเสี่ยงที่บริษัทสามารถรับประกันภัยไว้ได้เอง (Retention Limits) ระดับความเสี่ยงที่จะต้องทําประกันภัยต่อ และระดับความเสี่ยงสูงสุดที่รับได้ (Risk Tolerance) โดยพิจารณาจากจํานวนเงินกองทุนของบริษัทและจำนวนเงินเอาประกันภัยเฉลี่ยของแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์แยกตามสัญญาประกันภัยต่อ ทั้งนี้การส่งประกันภัยต่อจะส่งให้แก่ผู้รับประกันภัยต่อมากกว่าหนึ่งราย เพื่อกระจายความเสี่ยง อีกทั้งบริษัทมีการกำหนดการทบทวนการดำเนินการที่ผ่านมาเพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินการเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันและข้อบังคับของทางการ

     ในส่วนของการกระจุกตัวของความเสี่ยงด้านการรับประกันภัย การกระจุกตัวของความเสี่ยงอาจจะเกิดจากเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งหรือหลายเหตุการณ์สืบเนื่องที่สามารถส่งผลกระทบอย่างมากต่อหนี้สินจากสัญญาประกันภัยของบริษัท

5. มูลค่า วิธีการ และสมมติฐานในการประเมินหนี้สินจากสัญญาประกันภัย

       บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ใช้การคํานวณเงินสํารองประกันภัยแบบเบี้ยประกันภัยสุทธิ (NPV) ซึ่งใช้ข้อสมมติฐานคงที่ไม่เปลี่ยนแปลงตลอดอายุกรมธรรม์และเป็นไปตามเกณฑ์ที่ทางสํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กําหนด ส่งผลให้การคํานวณเงินสํารองประกันภัยสําหรับสัญญาประกันภัยระยะยาวไม่ได้รับผลกระทบจากอัตรามรณะและอัตราการขาดอายุอัตราการเวนคืน แต่อย่างไรก็ตามบริษัทได้ทําการวิเคราะห์ความอ่อนไหวในส่วนของการทดสอบความเพียงพอของหนี้สินจากสัญญาประกันภัยระยะยาวตามเกณฑ์การคํานวณเงินสํารองประกันภัยแบบเบี้ยประกันภัยรวม (Gross Premium Valuation) ซึ่งระบุไว้ในหมายเหตุประกอบงบการเงิน โดยเงินสํารองที่คํานวณตาม NPV ยังคงมากกว่า GPV ทําให้บริษัทยังคงคํานวณเงินสํารองประกันภัยแบบเบี้ยประกันภัยสุทธิ (NPV)

      ทั้งนี้บริษัทกําหนดมูลค่าของสํารองประกันภัยสําหรับสัญญาประกันภัยระยะยาว โดยใช้อัตรามรณะตามตารางมรณะไทยปี 2560 สําหรับผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่ถูกออกแบบและเสนอแก่สํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2560 เป็นต้นไป

6. การลงทุนของบริษัท

    บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) มีการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับการลงทุนอย่างชัดเจน และเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่องการลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต โดยบริษัทจะนำเงินที่ได้จากการรับประกันภัยไปลงทุนเพื่อแสวงหาผลตอบแทนที่เหมาะสมภายใต้การบริหารความเสี่ยงระดับที่เหมาะสมและยอมรับได้ เพื่อนำเงินไปจ่ายให้กับผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับผลประโยชน์ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัย โดยการลงทุนจะต้องผ่านการพิจารณาและความเห็นชอบจากคณะกรรมการลงทุนซึ่งแต่งตั้งโดยคณะกรรมการบริษัทจากบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ด้านการบริหารการลงทุน

   บริษัทใช้สมมติฐานและวิธีการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ลงทุนที่ใช้ในการจัดทำรายงานทางการเงินเป็นไปตามนโยบายการบัญชีของบริษัท ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไปและบริษัทได้มีการเปิดเผยไว้ในหมายเหตุประกอบงบการเงิน

       สำหรับรายงานการดำรงเงินกองทุนตามความเสี่ยง บริษัทใช้สมมติฐานและวิธีประเมินเป็นไปตามประกาศคปภ. เรื่องการประเมินราคาทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัทประกันชีวิต พ.ศ. 2554

7. ผลการดําเนินงานของบริษัทประกันภัย รวมถึงผลการวิเคราะห์และอัตราส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้อง

      บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) มุ่งดําเนินธุรกิจประกันชีวิต โดยใช้ความรักเป็นพลังในการสร้างสรรค์ความสําเร็จ ตลอดจนยึดถือในจรรยาบรรณธุรกิจอย่างเคร่งครัด และยึดมั่นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง โดยเดินหน้าสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับคนไทยด้วยความรักความห่วงใย หวังให้ทุกคนทุกครอบครัวมีหลักประกันที่มั่นคงในชีวิต และการวางแผนทางการเงินที่ดีสําหรับอนาคต ในขณะเดียวกันยังมุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรม สร้างองค์ความรู้ และใช้ความเชี่ยวชาญ ตลอดจนทรัพยากรอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อรองรับการเติบโตและการให้บริการอย่างเหนือความคาดหมาย ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างทันท่วงที และทันในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลและนวัตกรรมที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน

       โดยผลการดำเนินการในรอบปี 2560 ในด้านต่างๆ วิเคราะห์ได้ดังนี้

ด้านสินทรัพย์

       ในปี 2560 บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จํากัด (มหาชน) มีสินทรัพย์ที่เป็นเงินสด เงินฝากธนาคาร พันธบัตร อสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ จํานวนเงินทั้งสิ้น 93,364 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจํานวนเงิน 2,315 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.54 แสดงให้เห็นถึงเสถียรภาพทางการเงิน และความแข็งแกร่งมั่นคงของบริษัทได้เป็นอย่างดี

ด้านเงินสํารองประกันชีวิต

       ณ สิ้นปี 2560 บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จํากัด (มหาชน) ได้จัดสรรเงินสํารองประกันชีวิตจากเบี้ยประกันภัยไว้สําหรับกรมธรรม์ประกันภัยที่ยังมีความผูกพันอยู่ตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามกฎหมายกําหนด ซึ่งมีผลผูกพันไว้กับสํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่อจ่ายคืนให้แก่ผู้เอาประกันชีวิตหรือผู้รับประโยชน์ในอนาคตตามสัญญากรมธรรม์ที่ได้ทําไว้กับลูกค้า โดยมีเงินสํารองประกันชีวิตรวมสัญญาระยะยาวและสัญญาระยะสั้นเป็นจํานวนเงินทั้งสิ้น 74,961 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นจากปีก่อนจํานวน 1,591 ล้านบาท

ด้านการลงทุนของบริษัท

   ในด้านนโยบายการลงทุนของบริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ยังคงเน้นการนํารายได้จากเบี้ยประกันภัยที่ได้รับจากผู้ถือกรมธรรม์ไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงปลอดภัยมีรายได้ที่แน่นอน ขณะเดียวกันก็ให้ผลตอบแทนที่ดีในระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้และสอดคล้องกับกรมธรรม์ที่บริษัทเสนอขาย เน้นให้ความสําคัญกับการบริหารจัดการในเรื่องทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัท (Asset Liabilities Management : ALM) ในการจัดสรรเงินลงทุนจะคํานึงถึงความสอดคล้องและครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อให้บริษัทสามารถจ่ายผลประโยชน์ตามภาระผูกพันตามกรมธรรม์ นโยบายการลงทุนเป็นไปอย่างระมัดระวัง มีกระบวนการบริหารจัดการในเรื่องการควบคุมความเสี่ยงที่รัดกุม การจัดสรรการลงทุนจะกระจายในหลากหลายรูปแบบ เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนในอัตราที่สูงขึ้น โดยสินทรัพย์ลงทุนส่วนใหญ่เป็นเงินลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ เงินฝากธนาคาร เงินกู้ยืมตามกรมธรรม์ และตราสารหนี้ภาคเอกชนที่มีความมั่งคง ซึ่งเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 80

ด้านเบี้ยประกันชีวิต

       ปี 2560 ภาวะเศรษฐกิจไทยมีการฟื้นตัวในทิศทางบวก ทำให้ธุรกิจประกันชีวิตได้รับปัจจัยสนับสนุนในการเติบโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขยายตัวของค่าใช้จ่ายภาคครัวเรือน การขยายตัวของการลงทุน รวมทั้งการส่งออกสินค้าและบริการ ทําให้รายได้จากเบี้ยประกันชีวิตของบริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จํากัด (มหาชน) ณ สิ้นปี 2560 มีเบี้ยประกันชีวิตรวมก่อนประกันภัยต่อจํานวนเงินทั้งสิ้น 12,846 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจํานวนเงิน 135 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.06

ด้านเงินจ่ายคืนให้ผู้เอาประกันและผู้รับประโยชน์

       ในปี 2560 บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จํากัด (มหาชน) ได้ มอบความคุ้มครองตามเงื่อนไขของกรมธรรม์แก่ลูกค้าผู้เอาประกันชีวิต โดยมีเงินจ่ายคืนให้ผู้เอาประกันและผู้รับประโยชน์จํานวนเงิน 11,612 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนจํานวนเงิน 801 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 6.45

8. ความเพียงพอของเงินกองทุน

       บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) มีการบริหารจัดการเงินกองทุนให้เพียงพอต่อการจ่ายผลประโยชน์ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ให้กับผู้เอาประกัน โดยพิจารณาสินทรัพย์ทางการเงินที่จะลงทุนที่อยู่ในระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมและมีความสอดคล้องกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท นอกจากนี้ยังมีการประเมินและติดตามความเพียงพอของเงินกองทุนอยู่เสมอและมีการรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท

9. งบการเงิน และหมายเหตุประกอบงบการเงินสําหรับรอบปีปฏิทินที่ล่วงมาที่ผู้สอบบัญชีตรวจสอบและ แสดงความเห็นแล้ว

       บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้จัดทำงบการเงินที่เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีและมาตรฐานการรายงานทางการเงิน โดยบริษัทมีงบการเงินของประจำปี 2560 ดังนี้

 งบการเงินของบริษัทประจำปี 2560

เพื่อเติมเต็มสวัสดิการพนักงาน

Image CAPTCHA
Enter the characters shown in the image.